นำเช็คปลอมลายมือชื่อไปเบิกเงินจากบัญชีลูกค้า โดยที่เจ้าหน้าที่ธนาคารไม่ตรวจสอบลายมือชื่อให้ถูกต้อง ธนาคารต้องคืนเงินและดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้า
โพสต์เมื่อ : 29 พ.ค 2563 เวลา 7:32 น.
นำเช็คปลอมลายมือชื่อไปเบิกเงินจากบัญชีลูกค้า โดยที่เจ้าหน้าที่ธนาคารไม่ตรวจสอบลายมือชื่อให้ถูกต้อง ธนาคารต้องคืนเงินและดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้า
ปัจจุบัน “เช็ค” กลายเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใน กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจ ซึ่งทำให้ลดความเสี่ยงในการที่ต้องถือเงินสดเยอะๆ โดยเช็คที่ผู้ประกอบธุรกิจมักจะใช้ในการทำการค้าจะแบ่งเป็น ๒ รูปแบบคือ
๑. เช็คระบุชื่อ เป็นเช็คที่ผู้สั่งจ่ายเขียนขึ้นเพื่อสั่งธนาคารให้จ่ายเงินโดยระบุชื่อผู้รับเงิน หรือให้ใช้ตามคำสั่งของบุคคลนั้น หมายความว่า เช็คฉบับดังกล่าวจะสามารถนำไปขึ้นเงินที่ธนาคารได้โดยจะจ่ายเงินให้กับผู้ที่มีชื่อรับเงินอยู่ในเช็คแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
๒. เช็คผู้ถือ คือเช็คที่ผู้สั่งจ่ายเขียนออกให้โดยสั่งธนาคารให้จ่ายเงินแก่ผู้ถือหรือจ่ายตามคำสั่งของผู้ถือ และครอบคลุมถึงเช็คที่ระบุชื่อผู้รับเงินแต่ก็มีคำว่า “ผู้ถือ” รวมอยู่ด้วย พูดง่ายๆ ก็คือเช็คฉบับดังกล่าวจะไม่มีการลงชื่อสั่งจ่ายเอาไว้ใครก็ตามที่ถือเช็คดังกล่าวอยู่สามารถเอาไปขึ้นเงินที่ธนาคารได้ทันที
ผู้ประกอบธุรกิจหลายท่านมักจะมีฝ่ายบัญชีเป็นผู้ถือสมุดเช็ค หรือจะเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีขนาดเล็กหน่อย อาจจะมีญาติพี่น้องเข้ามาทำงานร่วมด้วย ซึ่งหากบุคคลเหล่านี้แอบนำเช็คไปปลอมลายมือชื่อของท่านเพื่อให้ธนาคารจ่ายเงิน โดยท่านไม่รู้ตัว และธนาคารไม่ได้มีการตรวจสอบลายมือชื่อของเจ้าของบัญชีให้ดีแล้ว นั้นต้องรับผิดชอบคืนเงินให้แก่ท่าน เนื่องจากธนาคารมีอาชีพในการรับฝากเงินจึงต้องมีความละเอียดรอบครอบ และต้องใช้ความระมัดระวังตรวจสอบลายมือชื่อในบัตรตัวอย่างลายมือชื่อ เพื่อนำมาเปรียบเทียบลายมือชื่อ ก่อนที่จะจ่ายเงิน ซึ่งหากธนาคารประมาทไม่ตรวจสอบให้ดี ธนาคารต้องรับผิดคืนเงินให้แก่ท่าน ดังเช่นตามตัวอย่างฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2924/2522
ธนาคารจำเลยเป็นผู้รับฝากเงินเป็นอาชีพโดยหวังผลประโยชน์ในบำเหน็จค่าฝาก หรือจากการเอาเงินฝากของผู้ฝากไปแสวงหาประโยชน์ มีหน้าที่ตามกฎหมายจะต้องใช้ความระมัดระวังและความรู้ความชำนาญเป็นพิเศษตรวจสอบลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายว่าเหมือนลายมือที่ให้ตัวอย่างไว้กับจำเลยหรือไม่ หากเห็นว่าลายมือชื่อสั่งจ่ายใบเช็คพิพาทไม่เหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้ จำเลยก็ชอบที่จะปฏิเสธการจ่ายเงิน ฉะนั้น การที่จำเลยได้จ่ายหรือหักบัญชีเงินฝากของโจทก์ให้บุคคลอื่นไปจึงถือได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลย จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์