ประกาศเลิกจ้างลูกจ้างทุจริตแบบไม่ทะลุถึงหัวใจนายจ้าง Part I ความสำคัญของการประกาศ
ประกาศเลิกจ้างลูกจ้างทุจริตแบบไม่ทะลุถึงหัวใจนายจ้าง
Part I ความสำคัญของการประกาศ
ยินดีที่ได้พบผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งนะคะ หลังจากที่เราได้นำเสนอบทความ “ค้ำประกันอย่างไรไม่ให้เจ็บตัว” ซึ่งมีทั้งสองพาร์ท กับ 5 หัวข้อ สุดจี๊ด ที่เหมาะสำหรับผู้ค้ำประกัน เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือบุคคลทั่วไปที่กำลังตัดสินใจทำสัญญาค้ำประกัน หรือบุคคลทั่วไปที่สนใจศึกษากฎหมายกันไปแล้ว
สำหรับบทความที่จะนำเสนอทุกท่านในวันนี้สืบเนื่องมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งการบริหารจัดการภายใน หรือมาจากปัญหาเศรษฐกิจโลก ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด 19, ปัญหาสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ราคาน้ำมันดิบผันผวน กระทบต่อภาคผลิต ขนส่ง นำเข้า และส่งออก ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทำให้บางองค์กรต้องตัดค่าใช้จ่ายเพื่อให้สามารถไปต่อได้ด้วยการเลิกจ้างลูกจ้าง ซึ่งแน่นอนว่าการบอกเลิกจ้างลูกจ้างนั้น นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายถึงจะได้รับความคุ้มครอง แต่จะมีอีกกรณีหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือกรณีที่ลูกจ้างทุจริต แน่นอนว่านายจ้างเลิกจ้างได้ แต่จะทำอย่างไรให้การเลิกจ้างนั้นไม่สร้างปัญหาทางกฎหมายที่จะตามมาภายหลังที่ท่านไม่ต้องปวดหัว จะปฏิบัติแบบไหนอย่างไร วันนี้ Flawless Lawyer จะนำเสนอให้ทุกท่านได้ทราบกันในบทความนี้ค่ะ
“ประกาศเลิกจ้างลูกจ้างทุจริตแบบไม่ทะลุถึงหัวใจนายจ้าง” บทความนี้เราจะนำเสนอประเด็นสิ่งที่นายจ้างควรทำเมื่อมีเลิกการเลิกจ้างในกรณี “ลูกจ้างทุจริต” โดยจะนำเสนอถึงความสำคัญของการมีประกาศเลิกจ้าง และแนวทางการประกาศเลิกจ้างกรณีลูกจ้างทุจริต ซึ่งมีประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ
1. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 ตัวแทนเชิด
2. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ละเมิด, มาตรา 423 ละเมิดต่อชื่อเสียง
3. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
4. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 6,77,78 และ 79
ก่อนที่ท่านจะได้ทราบแนวทางการปฏิบัติการบอกเลิกจ้างลูกจ้างที่ทุจริตตามแนวทางกฎหมายที่กล่าวมาเบื้องต้น ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลังในการเขียนบทความนี้ เราต้องการที่จะทำให้ท่านผู้ที่เป็นนายจ้างใจเย็นลง เพราะเราเข้าใจว่าผู้เป็นนายจ้างกำลังมีอารมณ์โกรธ และเมื่อเวลาเรามีอารมณ์โกรธมันอันตรายมาก เพราะเราจะขาดสติและเหตุผล จะตัดสินด้วยอารมณ์ ให้นึกถึงประโยค “อย่าสั่งข้าวเวลาหิว” แน่นอนว่าถ้าเราสั่งเวลาหิว เราจะสั่งเยอะและทานไม่หมด แต่บทเรียนในครั้งการสั่งอาหารเยอะ คือทานไม่หมด เสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ท่านอาจแก้ปัญหาได้ด้วยการห่อข้าวกลับบ้าน แต่หากท่านได้ทำการประกาศการเลิกจ้างลูกจ้างทุจริตด้วยอารมณ์ สิ่งที่ตามมาท่านอาจจะแก้ปัญหาไม่ง่ายเหมือนการห่ออาหารที่เหลือกลับบ้าน ท่านอาจจะต้องเสียทั้งเงินในการจ้างทนายความสู้คดี เสียเวลา และเสียอารมณ์ มันไม่คุ้มที่จะเสียสิ่งเหล่านี้ไปเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบใช่มั้ยคะ
ทุกท่านกำลังสงสัยใช่มั้ยคะว่าผู้เขียนบอกให้ทุกท่านใจเย็นลง แต่กลับเขียนเรื่องการประกาศเลิกจ้าง หลายๆท่านอาจกำลังคิดว่าทำไมมันดูย้อนแย้งไม่ค่อยเข้ากัน บอกให้ใจเย็น แต่เขียนเรื่องการประกาศ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ทุกท่านคลายข้อสงสัย และ เข้าใจถึงความสำคัญของการประกาศเลิกจ้าง ซึ่งเราขอรับรองเลยว่าเมื่อท่านได้อ่านย่อหน้าถัดไปจบ ท่านจะทราบถึงความสำคัญของการประกาศเลิกจ้างลูกจ้างทุจริต และ ผลที่ตามมากรณีที่ท่านไม่ได้ประกาศการเลิกจ้างพนักงานทุจริตคนดังกล่าว
ความสำคัญของการประกาศเลิกจ้างลูกจ้างทุจริต
เหตุผลทางกฎหมายที่เราควรประกาศเลิกจ้างให้ผู้อื่นทราบกรณีลูกจ้างทุจริตนั้น เพราะป้องกันความรับผิดทางกฎหมายที่ท่านอาจจะต้องชดเชยความเสียหายให้กับบุคคลภายนอกกรณีอดีตลูกจ้างของท่านได้ไปหลอกลวงว่าการกระทำของเขานั้นเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนของท่าน ซึ่งท่านจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกจากกรณีดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 “บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเข้าเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน” ซึ่งมาตราดังกล่าววมักจะถูกเรียกว่า “ตัวแทนเชิด”
ความหมายของสัญญาตัวแทนนั้นได้มีการบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 “อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า ตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า ตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้นอันความเป็นตัวแทนนั้นจะเป็นโดยตั้งแต่งแสดงออกชัดหรือโดยปริยายก็ย่อมได้”จากบทบัญญัติมาตราดังกล่าวสามารถอธิบายได้ดังนี้ การเป็นตัวแทน คือการที่บุคคลหนึ่งมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนตนอาจเป็นการแต่งตั้งให้กระทำการดังกล่าวโดยชัดแจ้ง (มีการแต่งตั้งชัดเจน) หรือโดยปริยายก็ได้ และการกระทำของบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจที่ได้กระทำตามขอบเขตที่ได้รับมอบอำนาจในฐานะตัวแทนจะเสมือนเป็นการกระทำของผู้มอบอำนาจ (ตัวการ) ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จะเรียกผู้มอบอำนาจว่า “ตัวการ” แต่หากตัวแทนกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือเกินขอบเขตที่ได้รับมอบอำนาจ การกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นการกระทำแทนตัวการ ตัวแทนต้องมีความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่ตัวการจะได้ให้สัตยาบัน หรือ กรณีที่ตัวการไม่ให้สัตยาบัน ตัวแทนจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าบุคคลภายนอกรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีอำนาจในการกระทำการดังกล่าว จึงไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823)
จากบทบัญญัติดังกล่าว ท่านอาจจะเห็นว่าประเภทของการเกิดสัญญาตัวแทนอาจเกิดขึ้นโดยชัดแจ้ง หรือ โดยปริยาย แต่แท้จริงๆแล้วนั้น ยังมีตัวแทนอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของบุคคลทั้งสองฝ่าย แต่เป็นการกระทำที่กฎหมายบัญญัติให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำในลักษณะตัวแทน แม้จะไม่ได้มีการให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย หรือไม่มีการให้สัตยาบันใดๆ แต่กฎหมายบัญญัติให้บุคคลดังกล่าวจะต้องรับผิดในการกระทำของอีกบุคคลหนึ่งในฐานะตัวการ ซึ่ง เป็นหลักกฎหมายปิดปาก (Estoppel) เข้าใจนะคะว่าทุกท่านที่ได้เห็นคำว่าปิดปากจะต้องนึกถึงประโยคจากเพลงดังที่มีท่อนร้องว่า “ปิดปากคุณได้ก็จะปิดปากเดี๋ยวคุณรับฝากความรักจากใคร….” แต่หลักกฎหมายปิดปาก ไม่ได้น่ารักเหมือนเพลงรักคุณยิ่งกว่าใครหรอกนะคะ เพราะหลักกฎหมายปิดปาก คือ เป็นบทบัญญัติทางกฎหมายที่ห้ามท่านใช้สิทธิหรือนำข้อเรียกร้องบางอย่างยกขึ้นมากล่าวอ้างเป็นข้อต่อสู้ได้ นั่นหมายความว่า ท่านจะไม่สามารถอ้างข้อเท็จจริงซึ่งทำให้ท่านไม่ต้องรับผิดในฐานะตัวการได้นั่นเอง!!!! เห็นรึยังคะว่า ตัวแทนเชิดมันร้ายกาจกว่าที่เราคิด ดังนั้นเรามาเรียนรู้องค์ประกอบของการเป็นตัวแทนเชิดกันดีกว่าค่ะ
องค์ประกอบของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821
1. เชิดบุคคลหนึ่งแสดงว่าเป็นตัวแทนของตน กล่าวคือ มีพฤติกรรมหรือการกระทำที่ทำให้บุคคลทั่วไปที่พบเห็นเข้าใจว่าบุคคลดังกล่าวเป็นตัวแทนของเรา หรือ
2. รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเข้าเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี กล่าวคือ เราทราบถึงพฤติกรรมและการกระทำของบุคคลที่แอบอ้างเป็นตัวแทนของเราทั้งที่ๆไม่เป็นความจริง แต่เราไม่ได้ดำเนินการใดๆที่จะปฏิเสธว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ตัวแทนของเรา พูดง่ายๆ คือ ปล่อยให้บุคคลนั้นแอบอ้างต่อไปนั่นเองค่ะ ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญของการประกาศเลิกจ้างโดยเฉพาะกรณีลูกจ้างทุจริต
3. บุคคลภายนอกที่สุจริต
องค์ประกอบของการเป็นตัวแทนเชิดในองค์ประกอบที่สอง การที่รู้และยอมให้บุคคลแสดงตนเป็นตัวแทนนั้น เป็นประเด็นสำคัญที่ท่านต้องให้ความใส่ใจ และเป็นที่มาของความสำคัญในการประกาศเลิกจ้างกรณีลูกจ้างทุจริต หากท่านยังมองภาพไม่ออกลองพิจารณากรณีตัวอย่างข้อเท็จจริงนี้นะคะ
ตัวอย่าง
พนักงาน A มีหน้าที่เป็นพนักงานขายสินค้าของผลิตภัณฑ์บริษัท ก ข ค จำกัด และทำงานมา 15 ปี มีหน้าที่ในการขายสินค้าและรับเงินมัดจำหรือรับเงินค่าสินค้า
ในการสั่งสินค้า ปรากฏว่า A ได้ทำการขายสินค้าแต่ไม่ส่งมอบเงินมัดจำที่ลูกค้าชำระ จนเกิดความเสียหายแก่บริษัทและบริษัท ก ข ค จำกัด ทราบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่ไม่มีการประกาศแจ้งว่านาย A ไม่ใช่พนักงานของบริษัทตน ท่านลองคิดดูสิคะว่าการทำงานภายในระยะเวลา 15 ปี A จะไม่มีข้อมูลลูกค้าที่เคยติดต่อทำการซื้อขายกับบริษัทเลยหรือ และแน่นอนว่าลูกค้าทุกคนก็ไม่อาจทราบได้ว่า A พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างแล้ว และหาก A ยังคงทำพฤติกรรมเดิมอยู่ แอบอ้างเป็นพนักงานขายสินค้าบริษัท และได้ไปหลอกหลวงลูกค้าที่ทำเคยทำการซื้อกับ A เมื่อ 10 ปี ที่แล้ว หรือ หลอกลวงบุคคลภายนอก โดยที่บริษัท ก ข ค จำกัด ทราบถึงพฤติกรรมดังกล่าว ถือว่าบริษัท ก ข ค จำกัด รู้แล้วยอมให้ A แสดงออกแทนตน ดังนั้นเมื่อเกิดความเสียหายกับบุคคลภายนอกที่ชำระเงินมัดจำหรือชำระค่าสินค้า เพราะหลงเชื่อโดยสุจริตไม่ทราบว่า A ไม่ใช่พนักงาน บริษัท ก ข ค จำกัด ไม่มีอำนาจกระทำแทนบริษัทแล้ว ดังนั้นบริษัท ก ข ค จำกัด จะปฏิเสธว่าตนไม่ได้เป็นตัวการ เพื่อไม่ต้องรับผิดในการกระทำของ A ไม่ได้ จะต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 821 กรณีที่บุคคลภายนอกชำระค่าสินค้าเต็มจำนวนบริษัทจะต้องส่งมอบสินค้าให้กับบุคคลภายนอก หรือหากไม่ประสงค์จะส่งมอบสินค้า จะต้องคืนเงินค่าสินค้าที่บุคคลภายนอกชำระเต็มจำนวน เช่นเดียวกันกับกรณีบุคคลภายนอกชำระเงินมัดจำ ตัวการก็จะต้องชดใช้ความเสียหายในการคืนมัดจำที่บุคคลภายนอกได้ชำระ
เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะเจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 มุ่งคุ้มครองบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของตัวแทนเชิด จึงไม่ให้บุคคลที่เชิดบุคคลอื่น หรือรู้และยอมให้บุคคลอื่นแสดงออกแทนตน ไม่ให้บุคคลที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งที่กล่าวมาปฏิเสธความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในฐานะตัวการ นอกจากนี้ บทบัญญัติดังกล่าวเป็นบทบัญญัติถึงความรับผิดของตัวการที่มีต่อบุคคลภายนอกเท่านั้น มิได้กำหนดให้บุคคลภายนอกต้องรับผิดหรือมีความผูกพันต่อตัวการ บุคคลภายนอกย่อมมีอำนาจฟ้องตัวการให้รับผิดได้ แต่บุคคลภายนอกไม่อาจฟ้องตัวแทนได้ และตัวการก็จะฟ้องบุคคลภายนอกไม่ได้เช่นกัน (ฎ.10850/2558)
ถึงแม้ว่าจะมี คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11188/2558 ได้อธิบายขยายความพฤติการณ์ที่ถือว่าเป็นตัวแทนเชิด โดยอธิบายว่า นอกจากจะมีการแสดงออกว่าเป็นตัวแทนของบุคคลใดแล้ว บุคคลภายนอกที่รับติดต่อกิจการด้วยจะต้องรับติดต่อโดยหลงเข้าใจว่าเป็นกิจการของบุคคลนั้นที่มีการแสดงออกว่าเป็นตัวการด้วย ผู้ที่มีการแสดงออกว่าเป็นตัวการ จึงจะต้องรับผิดชอบเสมือนเป็นตัวการ แต่หากหลงเชื่อว่าเป็นกิจการของผู้ที่มาติดต่อเองแล้ว ไม่ถือว่าเป็นกรณีที่บุคคลหนึ่งเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งเป็นตัวแทน หรือรู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเอาเองเป็นผู้แทนตน ไม่ต้องรับผิดเสมือนเป็นตัวการ แต่ท่านต้องถามตัวท่านเองว่าอยากจะเสียเวลาในการต่อสู้ในคดีเพื่อพิสูจน์ว่าบุคคลภายนอกหลงติดต่อเพราะเชื่อว่าเป็นกิจการของอดีตลูกจ้างไม่ใช่กิจการของท่านหรือไม่ ถ้าท่านไม่อยากสิ่งที่ทำควรทำคือการประกาศเลิกจ้าง
การประกาศเลิกจ้างสามารถทำได้หลายวิธี ท่านอาจจะประกาศในเว็บไซต์บริษัทของท่าน หรือ เพจของท่านทาง Facebook หรือส่งหนังสือแจ้งลูกค้าที่มีการติดต่อหรืออยู่ในความรับผิดชอบในลักษณะงานของอดีตลูกจ้างของท่านให้ทราบด้วยก็จะเป็นการประกาศแจ้งที่คลอบคลุมความเสียหายจากลูกค้าที่อาจหลงเข้าใจผิดว่าอดีตลูกจ้างยังคงมีสถานะเป็นลูกจ้างและมีอำนาจกระทำการแทนกิจการของท่าน
ตอนนี้ท่านได้รู้ถึงความสำคัญของการประกาศเลิกจ้างกันไปแล้ว และคงอยากทราบถึงแนวทางในการเขียนประกาศเลิกจ้างที่จะไม่ทำให้ท่านต้องปวดหัวจากปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมาทีหลังกันแล้วใช่มั้ยคะ ขอรับรองว่าท่านจะได้ทราบแน่นอน เพราะเราจะบอกท่านถึงแนวทางการเขียนประกาศเลิกจ้างใน ซึ่งเป็น Part ที่ II ของบทความนี้ แต่ถ้าท่านอดใจไม่ไหวอยากรู้เดี๋ยวนี้ เวลานี้แล้วล่ะก็ ง่ายมากๆเลยค่ะ โทรมาหาเราสิคะ รออะไร โทร 029205639 หรือจะมาปรึกษาที่ออฟฟิศ เราก็ยินดีค่ะ
สำหรับบทความ “ประกาศเลิกจ้างลูกจ้างทุจริตแบบไม่ทะลุถึงหัวใจนายจ้าง Part I ความสำคัญของการประกาศ” ขอจบลงเพียงเท่านี้ พบกันใหม่ที่บทความ “ประกาศเลิกจ้างลูกจ้างทุจริตแบบไม่ทะลุถึงหัวใจนายจ้าง Part II” นะคะ ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีค่ะ
Flawless Lawyer