โกนหนวดไปทำงาน…

โกนหนวดไปทำงาน…..แล้วกลับบ้านไปโดนตำรวจจับ Part 2

          สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะ สำหรับบทความที่แล้ว “โกนหนวดไปทำงาน…..แล้วกลับบ้านไปโดนตำรวจจับ Part 1” ได้นำเสนอเรื่อราวข้อเท็จจริงของไลท์โนเวลชื่อดังที่ถูกสร้างเป็นอะนิเมชั่นและทำรูปเล่มแบบหนังสือการ์ตูน ซึ่งมีชื่อภาษาไทยว่า  “โกนหนวดไปทำงานแล้วกลับบ้านไปพบเธอ” จากเรื่อง Hige Wo Soru. Soshite Joshikosei Wo Hirou เขียนโดยชิเม ซาบะ วาดภาพประกอบโดย บูตะ โดยเป็นเรื่องราวของ โยชิดะ หนุ่มออฟฟิส ที่ให้ยินยอมตามคำขอของ ซายุ สาวน้อยมัธยมปลายอายุ 17 ปี ขอมาอาศัยอยู่ด้วย และได้ตัดสินใจให้ซายุให้พักอาศัยทั้งที่เจ้าตัวก็รับทราบและพอประเมินสถาการณ์ออกได้ว่าซายุจะต้องหนีออกจากบ้านมาอย่างแน่นอน แต่กลับไม่ไปส่งที่สถานีตำรวจ ติดต่อผู้ปกครอง แต่กลับให้อาศัยอยู่ด้วย เหตุผลในการยินยอมให้ตามข้อตกลงของซายุ เพราะ ซายุหน้าตาน่ารัก และในขณะนั้นเขาเพิ่งเมาหลังจากอกหักจากคนที่ชอบ ซึ่งโยชิดะยินยอมให้ซายุพักอาศัยที่ห้องพักของตนได้จนกว่านิสัยที่ไม่ดีไม่เห็นคุณค่าของตนเองของซายุจะดีขึ้น และเมื่อซายุถามว่าเธอจะตอบแทนน้ำใจของเขาอย่างไร โยชิดะปฏิเสธที่จะไม่ทำแบบเดียวกันกับผู้ที่เคยให้ซายุพักอาศัยด้วยก่อนหน้า และต้องการจะดัดนิสัยของซายุจึงให้ซายุทำงานบ้านและทำกับข้าวให้ (ไม่ได้มีเจตนายินยอมให้อยู่เพราะหวังผลที่ซายุจะทำความสะอาดบ้านให้) นอกจากนี้มีการซื้อโทรศัพท์มือถือให้, ที่นอน,เสื้อผ้า แต่ไม่มีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้น

         ก่อนที่เราจะไปวิเคราะห์การกระทำของโยชิดะตามกฎหมายไทยนั้น อยากสอบผู้อ่านทุกท่านว่าได้มีผู้อ่านท่านใดได้รับชมอะนิเมชั่นเรื่องดังกล่าว หรือได้อ่านไลท์โนเวลหรือมังงะเรื่องโกนหนวดไปทำงานแล้วบ้านมาพบเธอกันแล้วบ้างคะ และความรู้สึกในการตัดสินใจการกระทำของโยชิดะก่อนที่ได้ทราบเรื่องราวทั้งหมดกับตอนที่ได้รับฟังเพียงข้อเท็จจริงจากบทความที่เรานำเสนอนั้น การตัดสินใจและความรู้สึกของท่านแตกต่างกันหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องตอบเราตอนนี้ก็ได้นะคะ จะเอาไว้ตอบหลังจากที่ได้อ่านบทความนี้จบก็ได้ค่ะ ซึ่งในบทความที่แล้ว เราได้บอกทุกท่านว่าการกระทำดังกล่าวของโยชิดะนั้น เกี่ยวข้องกับกฎหมายไทย คือ ประมวลกฎหมายอาญา มีมาตราที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

          1. มาตรา 283 ทวิ ความผิดฐานพาเด็กหรือบุคคลไปเพื่อการอนาจาร

          ผู้ใดพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          ผู้ใดซ่อนเร้นบุคคลซึ่งถูกพาไปตามวรรคแรกหรือวรรคสอง ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติในวรรคแรกหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี

          ความผิดตามวรรคแรกและวรรคสามเฉพาะกรณีที่กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีเป็นความผิดอันยอมความได้

          2. มาตรา 318 ความผิดฐานพรากผู้เยาว์

          ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสีย จากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท

          ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น

          ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำเพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท

          3. มาตรา 319 ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจ

          ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท

       ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น

          (เนื่องจากในบทความที่แล้ว เราได้อธิบายองค์ประกอบของความรับผิดทั้ง 3 มาตรา ที่กล่าวมา จึงขอไม่อธิบายซ้ำอีกในบทความนี้นะคะ)

        จากการกระทำตามข้อเท็จจริงกล่าวมาข้างต้นนั้น หากโยชิดะอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย การกระทำดังกล่าวของโยชิดะจะไม่ได้จบลงด้วยเรื่องราวที่ราบเรียบอย่างในเนื้อเรื่องเพราะการกระทำของโยชิดะนั้นแม้จะไม่เป็นการกระทำความผิดฐานพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ เพราะไม่ได้มีเจตนาพาไปเพื่อการอนาจาร และไม่ได้เป็นการพาไปเนื่องจากซายุได้หนีออกจากบ้านเองและโยชิดะไม่ได้เป็นคนที่ใช้กลอุบายหรือทำให้ซายุหนีออกจากบ้าน

       และไม่เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคหนึ่ง เพราะซายุ นั้นเต็มใจไปด้วยนั้นเอง นอกจากนี้การที่ให้พักอยู่อาศัยนั้นไม่เป็นการรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามมาตรา 318 วรรคสอง เพราะซายุได้หนีออกจากบ้านเองโดยปราศจากการชักชวนของผู้ใด และการที่ซายุได้พักอาศัยกับบุคคลอื่นก่อนหน้าโยชิดะนั้นแม้จะเป็นการพรากไปเพื่อการอนาจารแต่เนื่องจากซายุเต็มใจไปด้วย ซายุจึงไม่ใช่ผู้เยาว์ที่ถูกพรากตามมาตรา 318 วรรคแรกนั่นเอง จึงไม่เข้าองค์ประกอบตามมาตรา 318 วรรคสอง เพราะ การจะเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 318 วรรคสอง จะต้องเป็นการกระทำโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสีย ที่ถูกพรากจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย

        แน่นอนว่ามาถึงจุดนี้ทุกท่านคงเดาคำตอบได้ว่าการกระทำของโยชิดะที่ให้ซายุพักอาศัยด้วย ทั้งที่ซายุ อายุ 17 ปี และหนีออกจากบ้าน จะไม่เป็นความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 เพราะไม่ได้เป็นการพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย แต่การที่ซายุหนีออกจากบ้าน และได้ถูกกระทำอนาจารจากผู้ที่ให้เธออาศัยด้วยก่อนหน้านี้ แม้ซายุจะยินยอมก็ตาม การกระทำดังของบุคคลที่ให้ซายุพักอาศัยด้วยก่อนหน้านี้เป็นการพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ตามมาตรา 319 วรรคหนึ่ง ดังนั้นจึงถือว่าซายุเป็นผู้เยาว์ที่ถูกพรากไปเพื่อการอนาจารตามมาตรา 319 วรรคหนึ่ง

          แม้การที่โยชิดะให้ซายุพักอยู่อาศัยจะไม่ได้มีเจตนาเพื่อ หากำไร หรือเพื่อการอนาจารก็ตาม โดยเขานั้นมีเจตนาดีที่ต้องการดัดนิสัยซายุที่มีความเชื่อผิดๆจากการพบเจอผู้ใหญ่ที่ซายุเคยพักอาศัยด้วยที่ผ่านมา เขาจึงยินยอมให้พักอาศัยด้วย และให้ซายุตอบแทนการที่เขาให้พักอาศัยด้วยโดยการทำความสะอาดบ้าน ถึงแม้ว่าโยชิดะไม่ได้มีเจตนาประสงค์ให้ซายุทำความสะอาดบ้านในลักษณะที่เป็นแม่บ้านทำความสะอาดให้ก็ตาม และเนื่องจากการกระทำลักษณะดังกล่าวยังไม่ปรากฎคำพิพากษาศาลฎีกาที่มีข้อเท็จจริงที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน แต่โดยส่วนตัวมีความเห็นว่าการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพราะเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการกระทำโดยเล็งเห็นผลเนื่องจาก โยชิดะคาดหมายได้ว่าซายุจะตอบรับข้อเสนอของเขา เพราะโยชิดะทราบดีว่าซายุไม่ประสงค์ที่จะกลับบ้านและไม่มีที่ไป ถึงแม้ว่าการยื่นข้อเสนอดังกล่าวจะมีเจตนาที่ดีโดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะดัดนิสัยซายุ แต่โยชิดะไม่ได้มีหน้าที่อบรมสั่งสอนให้การเลี้ยงดูอุปการะซายุตามกฎหมาย ดังนั้นหากซายุตอบตกลงตนก็ได้รับประโยชน์จากการที่ซายุทำความสะอาดบ้านให้ ซึ่งโยชิดะจะได้รับประโยชน์โดยทั่วไปจากการที่บ้านของตนเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองจากการรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก ดังนั้นการกระทำดังกล่าวของโยชิดะจึงเป็นการกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคสอง เป็นการกระทำโดยทุจริตรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามมาตรา 319 วรรคแรก ต้องรับโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจ ตามมาตรา 319 วรรคแรก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท

          ขอย้ำนะคะว่าการเขียนบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะโจมตีมังงะ ไลท์โนเวล หรืออะนิเมชั่นเรื่องดังกล่าวเลย เพราะเนื้อหาของ “โกนหนวดทำงานแล้วกลับบ้านมาพบเธอ” ไม่ได้เน้นไปในเรื่องทางเพศแต่สะท้อนถึงปัญหาการเลี้ยงดูของครอบครัว และปัญหาทางสังคม โดยเรายังประทับใจประโยคที่โยชิดะพูดกับซายุ ถึงในแง่ทัศคติความคิดว่าเขาก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ดี สิ่งที่เขาทำนั้นเป็นสิ่งที่มาตรฐานคนทั่วไปพึงกระทำ แค่ซายุนั้นโชคร้ายที่ไปเจอคนไม่ดีแค่นั้น ซึ่งเป็นประโยคที่เราประทับใจมากเพราะการพูดประโยชน์ดังกล่าวของโยชิดะสืบเนื่องจากที่เขารับไม่ได้ที่ผู้ใหญ่ที่ไม่ดีได้สร้างบรรทัดฐาน ความคิด ความเชื่อ ให้กับซายุแบบผิดเพี้ยน จนเธอคิดว่าสิ่งที่โยชิดะทำนั้นดีมากทั้งๆที่ความจริงมันแค่บรรทัดฐานทั่วไปของผู้ใหญ่ที่พึงกระทำ เขาจึงสอนให้ซายุไม่วางบรรทัดฐานต่ำเกินไป ให้ใช้มาตราฐานที่ถูกต้องในการตัดสิน และถึงแม้ว่าเนื้อหาในเรื่องนี้จะไม่มีความสมจริงไปบ้าง อย่างเช่น เรื่องของกฎหมายที่ไม่มีการพูดถึงเลย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสหรือลดคุณค่าที่เรื่องราวนี้พยายามนำเสนอได้เลย แต่ในฐานะนักกฎหมายคนหนึ่ง ก็ไม่อยากทำให้ทุกคนที่ได้รับชมเรื่องนี้เข้าใจผิดและเห็นว่าการกระทำของโยชิดะนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องโดยเฉพาะถูกต้องตามกฎหมาย และหากการกระทำดังกล่าวถูกต้องจริงๆ มันจะไม่มีทางให้ผลร้ายกับท่าน ดังนั้นแม้สิ่งที่โยชิดะทำจะให้ซายุกลับตัวกลับใจเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง แต่ในชีวิตจริงการกระทำดังกล่าวนอกจากไม่สมควรแล้วยังไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย การให้ความช่วยเหลือสามารถทำได้หลากหลายวิธี แต่วิธีที่โยชิดะเลือกทำนั้นไม่ควรที่จะกระทำตาม และเราไม่ใช่ซายุ ที่หนีออกจากบ้านแล้วจะได้พบกับโยชิดะที่แสนดี เพราะบนโลกใบนี้ไม่ได้มีคนแบบโยชิดะทุกคน 

          แต่หากคุณอยากจะปรึกษากฎหมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ อย่างการปรับโครงสร้างหนี้ , การทำกลยุทธ์, PDPA หรือมีประเด็นข้อกฎหมายอื่นที่ทำให้คุณไม่สบายใจ ก็สามารถทำตาม โยชิดะพระเอกเรื่องนี้ได้เลย โดยการ โกนหนวดไปทำงานแล้วออกมาพบกับเราที่บริษัทกฎหมายสติและวิชิตจำกัด นะคะ

                                                                                      Flawless Lawyer