การเลิกบริษัทจำกัด

          สวัสดีครับพบกับผม Scorpion.13 วันนี้ผมจะมาแบ่งปัน และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับกฎหมายองค์กรธุรกิจกันครับ ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าสู่ช่วง  Ma Share Law EP.3 การเลิกบริษัทจำกัด

          เมื่อบริษัทได้ตั้งขึ้นแล้ว บริษัทจะเลิกกันได้ใน 2 กรณี กล่าวคือ

          1.เลิกโดยผลของกฎหมาย

          การเลิกบริษัทโดยผลของกฎหมายนี้ มีพื้นฐานมาจากหลักเสรีภาพในการแสดงเจตนาซึ่งให้สิทธิผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นคู่สัญญาในสัญญาจัดตั้งบริษัทเป็นผู้กำหนดกรณีการเลิกสัญญาเอาไว้ได้

          การเลิกบริษัทโดยผลของกฎหมาย มีบัญญัติไว้ใน มาตรา 1236 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “อันบริษัทจำกัดย่อมเลิกกันด้วยเหตุดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ

                   (1) ถ้าในข้อบังคับของบริษัทมีกำหนดกรณีอันใดเป็นเหตุที่จะเลิกกัน เมื่อมีกรณีนั้น

                   (2) ถ้าบริษัทได้ตั้งขึ้นไว้เฉพาะกำหนดกาลใด เมื่อสิ้นกำหนดกาลนั้น

                   (3) ถ้าบริษัทได้ตั้งขึ้นเฉพาะเพื่อทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดแต่อย่างเดียว เมื่อเสร็จการนั้น

                   (4) เมื่อมีมติพิเศษให้เลิก

                   (5) เมื่อบริษัทล้มละลาย”

          เหตุในการเลิกบริษัทโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 1236 ดังกล่าวนั้นมี 5 ประการ และอาจจะแยกพิจารณาได้ดังต่อไปนี้ คือ

                   1.1 ถ้าในข้อบังคับของบริษัทมีกำหนดกรณีอันใดเป็นเหตุที่จะเลิกกัน เมื่อกรณีนั้น ตามมาตรา 1236 (1) เป็นกรณีที่ผู้เข้าซื้อหุ้นตกลงเหตุแห่งการเลิกบริษัทไว้โดยกำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทว่าเมื่อมีกรณีใดเกิดขึ้นให้ถือว่าบริษัทเป็นอันเลิกกัน หลักการตามมาตร 1236 (1)  นี้มีพื้นฐานมาจากเรื่องเงื่อนไขบังคับหลัง กล่าวคือ หากบุคคลได้เข้าทำสัญญากัน ซึ่งรวมถึงสัญญาจัดตั้งบริษัทด้วย โดยกำหนดเงื่อนไขบางอย่างไว้ว่าหากเงื่อนไขนั้นสำเร็จในอนาคต สัญญานั้นเป็นอันสิ้นผลไป เช่นนี้เมื่อเกิดเหตุตามที่คู่สัญญาได้ตกลงกันไว้ บริษัทก็ย่อมเลิกกันตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้เช่นกัน โดยเหตุที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนั้นต้องเป็นเหตุที่บรรดาผู้ถือหุ้นหรือกรรมการไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ในเวลาใด ซึ่งหากเหตุการณ์ดังกล่าวสามารถคาดการณ์ได้แล้ว ย่อมเป็นเหตุของการเลิกบริษัทตามมาตรา 1236 (3) ที่กำหนดให้บริษัทต้องเลิกกันภายหลังจากกิจการที่เป็นเหตุให้ตั้งบริษัทนั้นได้สำเร็จลง

                   การเลิกบริษัทตามมาตรา 1236 (1)  เป็นกรณีเดียวกับการเลิกห้างหุ้นส่วนตามมาตรา 1055(1)

                   1.2 ถ้าบริษัทได้ตั้งขึ้นไว้เฉพาะกำหนดกาลใด เมื่อสิ้นกำหนดกาลนั้น ตามมาตรา 1236 (2) กล่าวคือ ในการจดทะเบียนบริษัท อาจจดทะเบียนกำหนดเวลาประกอบกิจการไว้ด้วยก็ได้ ตามมาตรา 1111 (7) กรณีนี้เป็นกรณีที่บริษัทตั้งขึ้นมาโดยมีกำหนดระยะเวลาไว้เฉพาะ ซึ่งหากถึงเวลาดังกล่าวแล้วบริษัทย้อมเลิกกัน โดยผลของกฎหมายตามมาตรา 1236 (2)

                   เหตุแห่งการเลิกบริษัทตามมาตรา 1236 (2) มีหลักการมาจากเรื่องเงื่อนเวลาสิ้นสุด กล่าวคือ คู่สัญญาตกลงว่าเมื่อถึงเวลาใดเวลาหนึ่ง ก็ให้สัญญาสิ้นสุดลง เมื่อผู้เริ่มก่อการกำหนดให้บริษัทนั้นเป็นอันเลิกกันเมื่อถึงกาลใดกาลหนึ่ง เช่นนี้การที่บุคคลใดตกลงเข้าทำสัญญากับบริษัทโดยการเข้าชื่อซื้อหุ้น ย่อมเท่ากับเป็นการแสดงเจตนายอมรับเงื่อนเวลาสิ้นสุดดังกล่าวด้วย อีกทั้งแม้เงื่อนเวลาดังกล่าวผู้เริ่มก่อการจะเป็นผู้กำหนดขึ้น แต่ผู้เริ่มก่อการก็ต้องเป็นผู้ถือหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้นตามที่มาตรา 1100 กำหนดไว้เช่นกัน ผู้เริ่มก่อการจึงเป็นคู่สัญญาจัดตั้งบริษัทด้วย กรณีตามมาตรา 1236 (2) นี้เป็นการบัญญัติหลักที่นำมาปรับใช้กับการเลิกสัญญาจัดตั้งบริษัทโดยเฉพาะ ซึ่งสอดคล้องกับหลักทั่วไปตามมาตรา 191 วรรคสองที่วางหลักไว้ว่านิติกรรมใดกำหนดเงื่อนเวลาสิ้นสุดเอาไว้นิติกรรมนั้นย่อมสิ้นผลไปเมื่อเงื่อนเวลานั้นมาถึง

                   การเลิกบริษัทตามมาตรา 1236 (2) เป็นกรณีเดียวกับการเลิกห้างหุ้นส่วนตามมาตรา1055  (2)

                   2. การเลิกบริษัทจำกัดโดยคำสั่งศาล ตามมาตรา 1237 นอกจากนี้ศาลอาจสั่งให้เลิกบริษัทจำกัดด้วยเหตุต่อไปนี้ คือ

          (1) ถ้าทำผิดในการยื่นรายงานประชุมตั้งบริษัท หรือทำผิดในการประชุมตั้งบริษัท

          (2) ถ้าบริษัทไม่เริ่มทำการภายในปีหนึ่งนับแต่วันจดทะเบียน หรือหยุดทำการถึงปีหนึ่งเต็ม

          (3) ถ้าการค้าของบริษัททำไปก็มีแต่ขาดทุนอย่างเดียว และไม่มีทางหวังว่าจะกลับฟื้นตัวได้

          (4) ถ้าจำนวนผู้ถือหุ้นลดน้อยลงจนเหลือเพียงคนเดียว

          (5) เมื่อมีเหตุอื่นใดทำให้บริษัทนั้นไม่สามารถที่จะดำรงคงอยู่ต่อไปได้

          แต่อย่างไรก็ดี ในกรณีทำผิดในการยื่นรายงานประชุมตั้งบริษัท หรือทำผิดในการประชุมตั้งบริษัท  ศาลจะสั่งให้ยื่นรายงานประชุมตั้งบริษัท หรือให้มีการประชุมตั้งบริษัทแทนสั่งให้เลิกบริษัทก็ได้ แล้วแต่จะเห็นควร

          การแบ่งประเภทการเลิกบริษัท เนื่องจากหากเป็นการเลิกโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 1237 เมื่อเข้ากรณีที่กฎหมายกำหนดไว้ บริษัทก็เลิกกันทันทีโดยไม่ต้องไปฟ้องศาลให้ศาลสั่งเลิกอีก ศาลไม่มีดุลพินิจในการสั่งเลิก หรือไม่เลิกบริษัท แต่หากเป็นการเลิกบริษัทโดยมีคำสั่งศาลให้เลิกตามมาตรา 1237 เมื่อเข้ากรณีที่กำหนดไว้ ก็เป็นแต่เพียงเหตุให้ผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งเลิกบริษัทเท่านั้น โดยศาลมีดุลพินิจที่จะสั่งเลิกหรือไม่ก็ได้

          ส่วนเรื่องราวการเลิกบริษัทจำกัดในทางปฏิบัติผมจะนำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้แลกเปลี่ยนในตอนถัดไปนะครับ

 

 

Scorpion.13