บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 10 : ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดี
บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 10 : ศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดี
ให้ศาลชั้นต้นที่มีการพิจารณาพิพากษาในการตัดสินคดีนั้นเป็นศาลที่มีอำนาจให้การบังคับคดี
หากพิจารณาในเรื่องของศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีแล้วนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 วรรคหนึ่ง ศาลมีอำนาจในการบังคับคดีนั้นคือศาลชั้นต้นที่ได้มีการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินในคดีนั้น ดังนั้นหากตัวเราหรือคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีการยื่นคำร้องอันเกี่ยวกับการบังคับคดีต่างๆ เช่น คำร้องขอรับชำระหนี้จำนอง คำร้องขอกันส่วน คำร้องขัดทรัพย์ หรือ คำร้องใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวกับการบังคับคดี จะต้องยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นที่ได้มีการพิจารณาและพิพากษาคดีนั้นๆที่เราจะไปยื่นคำร้องในคดีนั้นๆ โดยหากสมมุติมีการยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีซึ่งถือเป็นคำร้องที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีนั้นจะต้องยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ได้มีการพิจารณาหรือพิพากษาในคดีนั้นจะไปยื่นต่อศาลที่ให้มีการบังคับคดีแทนไม่ได้ ฎ.2769/2539
กรณีที่ศาลฎีกาหรือศาลอุทธรณ์นั้นได้มีสำนวนย้อนกลับมาศาลใหม่ให้พิจารณาหรือพิพากษาใหม่แทนศาลเดิมให้ศาลใหม่ดังกล่าวนั้นมีอำนาจในการบังคับคดึ
ส่วนในกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 วรรคสอง เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกานั้นได้มีคำพิพากษาโดยยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วย้อนสำนวนในคดีดังกล่าวลงไปให้ศาลชั้นต้นแห่งอื่นที่ไม่ใช่ศาลชั้นต้นเดิมที่มีคำพิพากษาให้ไปดำเนินการพิจารณาและพิพากษาใหม่ ดังนั้นหากศาลแห่งอื่นที่ไม่ใช่ศาลเดิมนั้นได้มีการพิพากษาใหม่ย่อมถือว่าศาลดังกล่าวนั้นเป็นศาลที่มี่อำนาจในการบังคับคดี เว้นแต่ศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกานั้นจะได้กำหนดเป็นอย่างอื่น
กรณีทรัพย์สินของจำเลยที่จะบังคับคดีนั้นอยู่นอกเขตอำนาจศาลที่เราได้ฟ้อง
หากในกรณีที่จะต้องบังคับคดีนอกเขตอำนาจศาลเดิมที่มีการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นๆ เช่นทรัพย์สินที่เราจะบังคับคดีนั้นอยู่นอกเขตอำนาจศาล ยกตัวอย่างคือ ฟ้องที่ศาลจังหวัดนนทบุรี แต่ทรัพย์สินของจำเลยที่จะยึดนั้นกลับตั้งอยู่ที่มีนบุรีโดยอยู่ในเขตอำนาจศาลแพ่งมีนบุรี เป็นต้น ดังนั้นศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีหรือศาลจังหวัดนนทบุรีนั้นย่อมมีอำนาจตั้งให้ศาลอื่นบังคับคดีแทนได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 วรรคสาม
กรณีที่ได้มีการให้ศาลอื่นนั้นบังคับคดีแทนโดยได้ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของจำเลยเสียแล้ว
เมื่อมีการตั้งเรื่องบังคับคดีแทนโดยให้ศาลอื่นบังคับคดีแทนศาลที่ได้มีคำพิพากษาต่อจำเลยแล้วนั้นหากศาลที่บังคับคดีแทนนั้นได้ทำการบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้เงินมาแล้ว ก็ให้ศาลที่บังคับคดีแทนนั้นดำเนินการส่งเงินไปยังศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีเพื่อทำบัญชีและจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 วรรคสี่
หากศาลอื่นที่มีการบังคับคดีแทนศาลเดิมนั้นเกิดการบังคับคดีที่เกิดข้อบกพร่องหรือฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
หากศาลที่มีการบังคับคดีแทนนั้นได้มีการบังคับคดีแทนหรือนอกเขตที่เกิดข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดหรือเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ศาลที่บังคับคดีแทนย่อมมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนวิธีการบังคับคดีที่บกพร่อง ผิดพลาด หรือฝ่าฝืนกฎหมายได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 วรรคห้า ตัวอย่างเช่น ศาลจังหวัดนนทบุรีตั้งให้ศาลแพ่งมีนบุรีนั้นดำเนินการบังคับคดีแทนศาลจังหวัดนนทบุรี หากเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลแพ่งมีนบุรี (**เจ้าพนักงานบังคับคดีที่อยู่ในสังกัดหรือสำนักงานบังคับคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลแพ่งมีนบุรี) ได้ดำเนินการบังคับคดีที่ผิดพลาดโดยอาจมีการส่งประกาศขายทอดตลาดให้แก่จำเลยโดยไม่ชอบ ซึ่งหากเกิดกรณีเช่นว่านี้จำเลยนั้นมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งมีนบุรีซึ่งเป็นศาลที่บังคับคดีแทนนั้นให้เพิกถอนการขายถอดตลาดได้ เป็นต้น
แม้ตามมาตรา 271 วรรคห้า นั้นจะบัญญัติให้ศาลที่บังคับคดีแทนหรือตามตัวอย่างศาลแพ่งมีนบุรีนั้นมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนวิธีการบังคับคดีที่บกพร่อง ผิดพลาด หรือฝ่าฝืนต่อกฎหมายได้เพิ่มขึ้นมาอีกศาลหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ตัดสิทธิให้ศาลเดิมหรือศาลจังหวัดนนทบุรีซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีตามมาตรา 271 วรรคหนึ่ง ยังคงมีอำนาจที่จะรับไต่สวนและมีคำสั่งคำร้องขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนวิธีการบังคับคดีที่บกพร่อง ผิดพลาด หรือฝ่าฝืนกฎหมายนั้นได้อยู่เช่นเดิม ฎ.1219/2529
โดยข้อสังเกตในเรื่องนี้คือศาลที่มีการบังคับคดีแทนจะมีอำนาจทำการไต่สวนและมีคำสั่งเพิกถอนได้เฉพาะในกรณีที่เป็นการกล่าวอ้างว่า การบังคับคดีของศาลที่บังคับคดีแทนนั้นเป็นไปโดยบกพร่อง ผิดพลาด หรือฝ่าฝืนกฎหมาย เท่านั้น หากกล่าวอ้างต่อศาลที่มีการบังคับคดีแทนนั้นว่าคำบังคับ หรือหมายบังคับคดี หรือคำสั่งของศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีนั้นบกพร่อง ผิดพลาด หรือฝ่าฝืนกฎหมาย ย่อมเท่ากับว่าเป็นอำนาจของศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีที่จะไต่สวนและมีคำสั่งโดยศาลที่มีการบังคับคดีแทนนั้นในกรณีนี้ย่อมไม่มีอำนาจสั่งให้พิจารณาเพิกถอนการบังคับคดีที่ผิดระเบียบของศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีได้
กรณีสุดท้ายเป็นเรื่องขอยกเว้นของการบังคับคดีนอกเขตได้ดำเนินการเสร็จสิ้นลง
โดยศาลบังคับคดีแทนนั้นได้ดำเนินการบังคับคดีแทนเสร็จสิ้น และแจ้งผลในการบังคับคดีไปยังศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีเดิมเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ศาลที่ได้บังคับคดีแทนนั้นย่อมหมดอำนาจที่จะสั่งให้เพิกถอนการบังคับคดีที่บกพร่อง ผิดพลาด หรือฝ่าฝืนกฎหมายอีกต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 วรรคห้า ตอนท้าย
ตัวอย่างเช่น ศาลจังหวัดนนทบุรีนั้นได้ตั้งให้ศาลแพ่งมีนบุรีมีอำนาจในการบังคับคดีแทน และเจ้าพนักงานบังคับคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลแพ่งมีนบุรีนั้นได้ดำเนินการยึดทรัพย์ของจำเลยออกขายทอดตลาดไปจนเสร็จสิ้นกระบวนการขายทอดตลาดโดยมีคนเข้ามาซื้อทรัพย์ของจำเลยเป็นที่เรียบร้อยเสียแล้วนั้น และศาลแพ่งมีนบุรีได้มีหนังสือแจ้งผลการบังคับคดีไปยังศาลจังหวัดนนทบุรีเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ในกรณีนี้หากจำเลยจะดำเนินการยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอ้างว่าการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลแพ่งมีนบุรีนั้นได้ดำเนินการไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยจะต้องยื่นคำร้องดังกล่าวนี้ต่อศาลแพ่งที่เป็นศาลมีอำนาจในการบังคับคดีโดยไม่สามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลที่บังคับคดีแทนได้อีกต่อไป เพราะการบังคับคดีแทนดังกล่าวนั้นได้ดำเนินการสิ้นสุดลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาแล้วจะต้องออกคำบังคับทันทีในวันที่ศาลได้มีการอ่านคำพิพากษา
ในทางปฏิบัตินั้นศาลจะมีการอ่านคำพิพากษาแล้วศาลก็จะดำเนินการออกคำบังคับทันทีโดยบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาหรือที่ปกสำนวน ในกรณีนี้ถือว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้รับทราบถึงคำบังคับที่จะต้องปฏิบัติตามแล้วในวันนั้นที่ได้มีการอ่านคำพิพากษา โดยไม่ว่าในวันนัดฟังคำพิพากษาดังกล่าวนั้นจำเลยจะมาฟังหรือไม่มาฟังก็ตาม โดยไม่ต้องส่งคำบังคับให้จำเลยทราบอีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 272 วรรคหนึ่ง
แต่ก็มีข้อยกเว้นที่จะต้องดำเนินการส่งคำบังคับให้แก่จำเลย
คือหากในคดีใดคดีหนึ่งนั้นจำเลยได้ขาดนัดยื่นคำให้การหรือมีการขาดนัดพิจารณา และจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นไม่ได้มาศาลในวันที่ศาลได้มีการอ่านคำพิพากษา ในกรณีนี้เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาและได้ออกคำบังคับโดยจะมีการบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาหรือที่ปกสำนวนแล้ว ศาลก็จะต้องส่งคำบังคับแจ้งไปยังจำเลยตามภูมิลำเนาของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อให้จำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นทราบแล้วปฏิบัติตามคำบังคับต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 วรรคสอง แต่ในทางปฏิบัตินั้นทางโจทก์หรือทนายความโจทก์นั้นจะต้องดำเนินการจ่ายค่านำส่งคำบังคับให้ศาลส่งไปยังจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาเสียเอง ซึ่งคล้ายกับตอนจ่ายค่าส่งคำฟ้องหรือคำคู่ความให้แก่จำเลยในชั้นยื่นฟ้องนั่นเอง
นายพีรกร สุขสุเมฆ
ผู้เขียน
ทนายความ