5-การสืบนอกประเด็น

บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 22 : การสืบนอกประเด็น

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89

การสืบนอกประเด็นตามคำฟ้องหรือคำให้การ การสืบพยานตามปกตินั้นต้องสืบพยานตามประเด็นในคำฟ้องหรือคำให้การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 85 โดยไม่จำเป็นต้องถามค้านพยานไว้ก่อน แต่ในกรณีที่นำสืบพยานนอกประเด็นตามคำฟ้องหรือคำให้การอาจทำเพื่อหักล้างหรือทำลายความน่าเชื่อถือพยานของคู่ความฝ่ายอื่น โดยหากจะสืบพยานนอกประเด็นก็จะต้องถามค้านพยานคู่ความฝ่ายอื่นในสิ่งที่นอกประเด็นคำฟ้องหรือคำให้การนั้นก่อน เพื่อที่คู่ความที่ถามค้านนอกประเด็นนั้นจะได้นำพยานของตัวเองเข้าสืบโดยซักถามในสิ่งที่ได้ถามค้านนอกประเด็นไว้ได้ เช่น คู่ความโจทก์ เบิกความว่าในวันทำสัญญากู้ยืมเงินนั้นมี นาย ก. เป็นพยานในการทำสัญญากู้ยืมดังกล่าวด้วย ซึ่งจำเลยเป้นฝ่ายที่ถูกตอบคำถามค้านนั้นก็ไม่ได้เห็นข้อเท็จจริงในคำฟ้องหรือยกมาในคำให้การของจำเลยเอง หากจำเลยต้องการพิสูจน์ว่า นาย ก. นั้นไม่ได้เห็นสัญญาจริงๆ จำเลยก็ต้องถามค้านพยานโจทก์ในสิ่งที่นอกประเด็นดังกล่าว จึงจะมีโอกาสให้จำเลยนำพยานเข้าสืบมาหักในประเด็นนอกคำฟ้องหรือคำให้การได้ ดังนั้นหากจำเลยไม่ยอมถามค้านในสิ่งที่นอกประเด็นดังกล่าวไว้ย่อมไม่มีสิทธินำพยานหลักฐานเข้าสืบในสิ่งที่นอกประเด็นนั้นได้ เพราะโจทก์ย่อมต้องคัดค้านห้ามไม่ให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานตาม มาตรา 89 วรรคสาม ได้

ซึ่งในเรื่องนี้ถือเป็นการป้องกันการจู่โจมพยาน ดังนั้นหากต้องการนำพยานของตัวเองเข้าสืบหักล้างในประเด็นใดก็ตามจะต้องถามค้านในพยานของฝ่ายโจทก์ไว้ก่อน เพื่อที่เมื่อถึงหน้าที่นำสืบสามารถนำพยานของตัวเองนั้นเข้าสืบหักล้างในประเด็นที่เราถามค้านไว้ได้ เช่น ตอนโจทก์ถูกถามค้านโดยหากจำเลยจะอ้างพยานหลักฐาน ล.1 ก็จะต้องถามค้านต่อโจทก์ไว้ก่อน เพื่อที่ตอนสืบพยานจำเลยนั้นสามารถนำพยานของตัวเองเข้าสืบหักล้างตามเอกสาร ล.1 ของตัวเองไว้ได้

          แต่ถ้าเป็นการที่พยานเบิกความตามประเด็นที่อยู่ในคำฟ้องหรือคำให้การอยู่แล้วก็สามารถนำพยานหลักฐานของคู่ความแต่ละฝ่ายนั้นสืบได้ตามแต่ละประเด็นตามปกติได้ เช่นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ขายที่ดินให้จำเลย ขณะโจทก์เบิกความเสร็จ จำเลยนั้นไม่จำเป็นต้องถามค้านเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายก็ได้เพราะประเด็นดังกล่าวอยู่ในคำให้การอยู่แล้ว จำเลยจึงมีสิทธินำพยานหลักฐานของตัวเองเข้าสืบในประเด็นสัญญาซื้อขายได้ตามปกติ

 

          ลักษณะของการพิสูจน์พยาน

          1. หักล้างในคำเบิกความของพยานบุคคลนั้นว่าอ้างเป็นผู้รู้เห็น หรือหักล้างว่าคุณไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น เช่น โจทก์ฟ้องเรื่องผิดสัญญา โจทก์เบิกความว่าทำสัญญากันที่ จังหวัดนครปฐม วันทำสัญญาจำเลยมากับสามีดังนั้นจากตัวอย่างถ้าโจทก์ไม่ได้บรรยายประเด็นดังกล่าวมาในคำฟ้องถือว่าสืบนอกประเด็นคำฟ้อง จำเลยก็ต้องถามค้านพยานโจทก์ในประเด็นดังกล่าวเอาไว้ก่อนว่าพยานโจทก์นั้นไม่ได้รู้เห็นในข้อเท็จจริงดังกล่าวเลย ซึ่งอาจถามค้านในวันทำสัญญานั้นโจทก์เดินทางไปต่างประเทศใข่มั้ย ซึ่งต่อมาพอจำเลยนำพยานหลักฐานเข้าสืบก็สามารถสืบในสิ่งที่นอกประเด็นดังกล่าวไว้ได้

          2. หักล้างเกี่ยวกับข้อความ การกระทำ เอกสาร หรือพยานหลักฐานอื่นใด เช่นโจทก์ฟ้องหย่าจำเลยอ้างว่าจำเลยนั้นมีชู้ขณะโจทก์เบิกความได้เบิกความว่าเห็นจำเลยนั้นเดินทางไปโรงแรมกับชู้ซึ่งตามที่โจทก์นั้นได้เบิกความมาไม่ปรากฎในคำฟ้องจำเลยก็จะต้องถามค้านพยานโจทก์เอาไว้ก่อนว่าในวันดังกล่าวโจทก์นั้นไปทำงานราชการต่างจังหวัดใช่หรือไม่ เพื่อเปิดโอกาสให้จำเลยนำพยานหลักฐานเข้าสืบในประเด็นนอกคำฟ้องดังกล่าวได้

          ดังนั้นถ้าต้องการสืบหักล้าง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 วรรคหนึ่งไม่ว่า (1) หรือ (2) คู่ความจะต้องถามค้านในสิ่งที่พยานฝั่งตรงข้ามเบิกความนอกประเด็นในคำฟ้องหรือคำให้การเสียก่อนจึงจะมีโอกาสนำพยานหลักฐานของตัวเองนำสืบในสิ่งที่นอกประเด็นนั้นได้ ซึ่งการสืบหักล้างดังกล่าวนี้แตกต่างจากการสืบพยานเพื่อสนับสนุนข้ออ้างข้อเถียงของตนตามปกติ เนื่องจากตามปกตินั้นไม่ต้องถามค้านเอาไว้ก่อนก็สามารถนำพยานเข้าสืบได้ตามปกติ

          การที่ศาลปฏิเสธไม่ยอมรับฟังพยานหลักฐาน

          การที่ศาลปฏิเสธไม่ยอมรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ยอมถามค้านมาก่อนตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 วรรคสาม นั้นเพราะศาลไม่อาจปฏิเสธได้ทันทีเนื่องจากว่าศาลนั้นจะต้องรอให้คู่ความฝ่ายที่เบิกความนอกประเด็นไปนั้นคัดค้านเอาไว้ก่อน หากคัดค้านไว้ศาลย่อมมีสิทธิไม่รับฟังพยานหลักฐานในสิ่งที่นอกประเด็นนั้นได้

                  

นายพีรกร สุขสุเมฆ

ผู้เขียน

ทนายความ