บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 28 จำเลยให้โจทก์วางเงินประกัน
บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 28 จำเลยให้โจทก์วางเงินประกัน
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 253 วรรคแรก ถ้าโจทก์นั้นไม่ได้มีภูมิลำเนาหรือสำนักงานที่อยู่ในประเทศไทย และไม่มีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับคดีได้ในไทย หรืออาจเชื่อได้ว่าถ้าหากโจทก์นั้นแพ้คดีแล้วจะหลีกเลี่ยงการชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ดังนั้นจำเลยจึงอาจยื่นคำร้องต่อไม่ว่าเวลาใดก่อนพิพากษาขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินต่อศาล หรือหาประกันมาให้ เพื่อชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายดังกล่าว
ถ้าศาลได้ไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้วนั้นเห็นว่ามีเหตุอันสมควร หรือเชื่อได้ ศาลก็จะสั่งให้โจทก์นั้นวางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้ตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามสมควร
ถ้าโจทก์นั้นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลตามวรรคสองให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์นั้นออกจาก สารบบความ เว้นแต่จำเลยขอให้พิจารณาต่อไปหรือมีการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว
1. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 253 นั้นเป็นเรื่องของการคุ้มครองจำเลยไม่ให้ถูกโจทก์นั้นกลั่นแกล้งในการคดีที่ไม่มีมูลนั้นมาฟ้องร้องต่อจำเลย ซึ่งทำให้จำเลยนั้นต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีกับโจทก์ ดังนั้นตามมาตราดังกล่าวจึงได้ให้สิทธิแก่โจทก์อันเป็นสิทธิเฉพาะตัวของจำเลยในการยื่นคำขอให้โจทก์นั้นวางเงินต่อศาลได้หรือประกันต่อศาลได้ ตัวอย่างเช่น ในคดีร้องขัดทรัพย์นั้นผู้ร้องขัดทรัพย์มีฐานะเป็นโจทก์ ส่วนโจทก์นั้นกลับมีฐานะเป็นจำเลย ดังนั้นผู้ร้องขัดทรัพย์จะมายื่นคำร้องขอให้โจทก์นั้นวางเงินประกันตามมาตรา 253 ไม่ได้
2. จำเลยจะขอให้โจทก์นั้นวางประกันได้นั้นจะต้องมีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้
2.1 โจทก์นั้นไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในไทย และไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่อาจถูกบังคับคดีได้ในไทย
2.2 และเชื่อได้ว่าหากโจทก์แพ้คดีแล้วโจทก์จะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
ดังนั้นจากข้อ 2.1 และ 2.2 หากปรากฏข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นศาลก็จะดำเนินการสั่งตามคำร้องที่จำเลยยื่นคำขอเข้ามาให้โจทก์นั้นวางประกัน
3. ในกรณีที่ศาลสั่งให้โจทก์นั้นวางเงินประกัน หากโจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ตามมาตรา 253 วรรคท้าย ศาลก็จะดำเนินการจำหน่ายคดีของโจทก์นั้นออกจากสารบบคดีของศาล
ส่วนในกรณีที่ขอให้โจทก์นั้นวางเงินประกันแต่เดิมนั้นมีแค่เฉพาะในศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาวิแพ่ง มาตรา 253 เท่านั้น แต่ต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายตามมาตรา 253 ทวิ เพื่อเป็นการคุ้มครองจำเลยในชั้นอุทธรณ์หรือชั้นฎีกา ของศาลสูงทั้งสองศาล และอำนาจในการสั่งคุ้มครองตามมาตรา 253 ทวินั้น เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา เองไม่ใช่อำนาจของศาลชั้นต้น
นายพีรกร สุขสุเมฆ
ทนายความ
ผู้เขียน