การทำสัญญาจ้างแรงงานที่มีกำหนดระยะเวลานั้น มีส่วนช่วยลดต้นทุนของกิจการได้อย่างไร?
การทำสัญญาจ้างแรงงานที่มีกำหนดระยะเวลานั้น มีส่วนช่วยลดต้นทุนของกิจการได้อย่างไร?
ในช่วงวิกฤติของเศรษฐกิจอันเป็นผลพวงจากโรคระบาดโควิด 19 ปัญหาที่มักจะมีผู้ถามเข้ามามากมายเป็นอันดับต้นๆคือปัญหาเรื่องของแรงงาน ไม่ว่าจะถามมาจากทางฝ่ายลูกจ้างเพราะลูกจ้างถูกเลิกจ้างหรือถูกกดดันให้เขียนใบลาออก นายจ้างก็ถามมาเยอะในข้อที่ว่าถ้าจะเลิกจ้างหรือจะหยุดกิจการชั่วคราวจะต้องทำอย่างไร ต้องจ่ายอะไรให้กับลูกจ้างบ้างไม่เว้นแม้กระทั่งเฮียตี๋ซึ่งเป็นลูกความกิตติมศักดิ์ของผมเอง แต่วันนี้ผมจะพักเรื่องของเฮียตี๋ของผมไว้ก่อนเรื่องของแกมีเยอะที่จะต้องให้ผมปวดหัวและต้องไปคอยแก้ปัญหาให้แกอีกหลายเรื่อง วันนี้ผมจะนำเรื่องของลูกความผมอีกรายที่มีปัญหาเรื่องแรงงานในช่วงวิกฤติโควิดมาเล่าให้ทุกท่านฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์
ลูกความผมรายนี้เป็นบริษัทผลิตเม็ดพลาสติกรายใหญ่ของภาคตะวันออก มีลูกจ้างกว่าห้าร้อยคนพอเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอันสืบเนื่องมาจากโรคระบาดโควิด 19 ซึ่งจริงๆแล้วเท่าที่ผมเข้าไปดูกิจการของแก ผลประกอบการมันแย่มาก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤติโรคระบาดนี้เสียอีกครั้นพอเจอสถานการณ์นี้เข้าไปอีกบอกได้คำเดียวว่า “ยับ” ผมดูงบการเงินก็ยังไม่ถึงขั้นว่าขาดทุนมากนักเพิ่งขาดทุนในปีนี้เป็นปีแรก เป็นเหตุให้บริษัทนี้เลิกจ้างพนักงานไปกว่าครึ่งเพราะบริษัทเล็งเห็นแล้วว่าหากปล่อยให้สถานการณ์นี้ยังคงดำเนินต่อไปหายนะต้องมาเยือนกิจการแกในไม่ไม่ช้าและจะไม่มีแม้เงินที่จะเอามาจ่ายค่าจ้างลูกจ้างต่อไปด้วยซ้ำ
การที่แกตัดสินใจเลิกจ้างคนงานไปบางส่วนผมเห็นว่าแกทำถูกแล้ว เพราะลดค่าใช้จ่ายในกิจการลงไปได้เยอะและลดลงทันทีแม้จะต้องจ่ายค่าชดเชยทั้งสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้คนงาน อย่างน้อยวันนี้ก็มีจ่ายให้พวกเขาหากปล่อยไว้อาจไม่เหลือจ่ายเลยก็ได้ คนงานเองก็ได้เงินก้อนไว้เยียวยาความเสียหายได้บ้าง แม้ว่าไม่อาจแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดแต่ในสถานการณ์เช่นนี้นายจ้างมีเงินจ่ายให้ขนาดนั้นก็ถือว่าดีมากแล้ว
แกก็เลิกจ้างและจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้างครบถ้วนตามกฎหมายแรงงาน แต่ปรากฏว่ามีลูกจ้างบางกลุ่มไปฟ้องศาลแรงงานอ้างว่านายจ้างเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และ ขอให้ศาลแรงงานกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายอันเกิดจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม นายจ้างก็งงๆครับ งง...สิครับ เพราะเข้าใจว่าการเลิกจ้างก็ทำถูกต้อง เลิกจ้างแล้วก็จ่ายค่าชดเชยจากการเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงานไปแล้ว ยังมีการฟ้องคดีอีก แกบอกโอเค...ส่วนที่พลาดแล้วก็แล้วกันไป ก็มันพลาดไปแล้วนี่จะทำไงได้ล่ะก็เลิกจ้างไปแล้ว มาว่ากันที่ต่อไปจะทำยังไงไม่ให้เกิดปัญหานี้อีกเพราะแกบอกว่าอีกสักปีหรือสองปีจะเปิดโรงงานใหม่เพิ่มอีกเลยอยากรู้ว่าเรื่องในทำนองนี้มันบริหารจัดการอย่างไรได้มั๊ย
ผมตอบไปทันทีเลยครับว่า ทำได้สิครับเฮีย ทำได้แน่นอน เรื่องนี้ถ้ารู้กฎหมายแรงงานอย่างดีแล้วล่ะก็บริหารได้ นั่นก็คือใช้สัญญาจ้างบริหารจัดการเรื่องนี้ยังไงล่ะครับ
นายจ้างส่วนมากมองข้ามเรื่องนี้ไป ใช้สัญญาจ้างบริหารเฉพาะลูกจ้างทดลองงานเท่านั้น เช่น สัญญาจ้างทดลองงาน 119 วันบ้าง 90 วันบ้าง แต่น้อยมากที่จะเห็นกิจการไหนใช้สัญญาจ้างปีต่อปี หรือ ต่อสัญญาทุกๆ 2 ปี
เฮียเจ้าของบริษัทแกสงสัยต่อไปว่าสัญญาจ้างและระยะเวลาในสัญญาจ้างจะช่วยบริหารจัดการเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ยังไง
ผมเอาพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ออกมาเปิดให้แกดูและเปิดไปที่มาตรา 17 ซึ่งเปิดมาก็เจอในวรรคแรกเลยครับ เขียนว่า “สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า” แล้วยังไง แกยังถามผมต่อไปอีก
ผมตอบแกไปว่า เมื่อกฎหมายเขียนว่าสัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้าง ก็แสดงว่ามีการตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้วว่าสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลง ดังนั้นไอ้ตอนเลิกจ้างก็เลิกจ้างเพราะเหตุว่าสิ้นสุดสัญญา เพียงเท่านี้การเลิกจ้างก็ไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแล้วครับ ส่วนเฮียจะทำสัญญาจ้างกันไว้กี่ปี เช่น 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี ก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสมของงานในตำแหน่งนั้นๆ ไอ้ตอนเมื่อครบสัญญาจ้างแล้วเฮียอยากที่จะจ้างเขาต่อก็จ้างต่อไปได้แต่ถ้าไมอยากจ้างต่อก็แค่ไม่ต่อสัญญาก็ถือเป็นการเลิกจ้างเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างเฮียก็จะมีภาระจ่ายแค่ค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แต่ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เพราะการเลิกจ้างเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาไม่ใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไงล่ะครับ เฮียเห็นมั๊ยล่ะว่าสัญญาจ้างแรงงานสามารถลดต้นทุนของกิจการเฮียได้ยังไง และไม่ใช่แค่เรื่องสัญญาจ้างนะเฮียที่ลดต้นทุนได้ กฎหมายแรงงานข้ออื่นๆหากรู้และเข้าใจเป็นอย่างดีแล้วสามารถใช้เป็นประโยชน์กับนายจ้างได้ครับ
แล้วมีวิธีไหนบ้างมั๊ยที่จะเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยล่ะ แกยังถามผมต่อไปอีก
ก็ถ้าเฮียเลิกจ้างเขาเพราะ
1) ลูกจ้างทำผิดวินัยร้ายแรง
2) ลูกจ้างผิดวินัยที่ไม่ร้ายแรง แต่ผิดซ้ำคำเตือนในเรื่องเดียวกันภายในเวลาหนึ่งปี
3) เลิกจ้างลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันยังไม่ครบ 120 วัน
คือพูดง่ายๆว่าถ้าไม่ใช่เลิกจ้างเพราะเหตุตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยทุกกรณีล่ะครับเฮีย คือคอนเซ็ปต์ของกฎหมายข้อนี้คือเขาคุ้มครองลูกจ้างเพราะเล็งเห็นว่าลูกจ้างทำงานกับนายจ้างมานานเวลาจะจากกันนายจ้างก็ควรจะดูแลเขาหน่อยซึ่งค่าชดเชยก็จะมากน้อยตามอายุการทำงาน ส่วนลูกจ้างที่นิสัยไม่ดีก็ต้องจากกันแบบไม่ต้องดูแลอะไรกันต่างคนต่างไปยังไงล่ะครับ
โดย ชอลิ้วเฮียง (ทนายนำชัย พรมทา)