ว่าด้วยเรื่องงานก่อสร้างตอน3

งานก่อสร้างต้องรู้ ตอนที่ 3

6 วิธี คัดเลือก ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา (รับงานก่อสร้าง หรือรับจ้างช่วง)

การก่อสร้าง(ตอนที่ 3การเลือกผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา)

บทความเดิม ผู้เขียนได้อธิบาย ขอบเขตและผู้ร่วมวงเกี่ยวกับงานก่อสร้างและวิธีคัดเลือกเจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านแล้วนั้น ตอนนี้ผู้เขียนขอนำเสนอวิธีคัดเลือกผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา ครับ

ส่วนมากในการก่อสร้างไม่ว่าจะโครงการใหญ่โต โครงการเล็กๆ แม้การต่อเติม ตกแต่งบ้าน ส่วนมากมีการแนะนำมาจากบุคคลที่มีความสนิทสนมคุ้นเคยกันมาก่อนแทบทั้งสิ้น แต่โครงการที่จะสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ได้นั้น ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา ก็มีส่วนสำคัญมาก ผู้เขียนจึงขอนำเสนอวิธีการคัดเลือกผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา ดังนี้

1. ความเป็นมืออาชีพ หมายถึง ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมาต้องมีความเป็นมืออาชีพ เมื่อดำเนินการก่อสร้างการต้องทำตามที่รับปากเจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้าน ไว้ครับ เวลาส่งมอบงานเพื่อตรวจสอบรับมอบผลงานการก่อสร้างต้องไม่ติดสินบนตัวแทน หรือที่ปรึกษาโครงการตัวแทนเจ้าของโครงการ เจ้าของบ้านครับ

ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมาต้องน้อมรับความผิดพลาดและพร้อมแก้ไขงานที่ไม่เรียบร้อย ไม่ต้องหาเหตุอ้างว่างานไม่เรียบร้อยสมบูรณ์เพราะฝ่ายโน้นฝ่ายนี้นะครับ เพราะงานก่อสร้างทุกประเภทมีความชำระบกพร่องเสมอ แม้เพิ่งส่งมอบงานก็เกิดความชำรุดบกพร่องได้ครับ ในสัญญา หรือข้อตกลงจึงมักมีข้อตกลงยินยอมให้หักเงินค่าจ้างในแต่ละงวดงาน (ปกติร้อยละ 5) เพื่อเป็นหลักประกันในการเข้าแก้ไขความชำรุดบกพร่องของงานที่ส่งมอบมาแล้วครับ

2. ความมีชื่อเสียง หมายถึง ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา ต้องมีชื่อเสียง ชื่อเสียงในที่นี้ผู้เขียนหมายความถึง ชื่อเสียงในวงธุรกิจครับ ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมาบางเจ้าโดงดังทั่วฟ้าเมืองไทย แต่นิสัยขี้โกง ลักนั่น ลักนี่ ลดคุณภาพวัสดุอุปกรณ์ บางส่วนเบิกเงินล่วงหน้าไปแล้วไม่ยอมเข้าทำงาน และส่วนมากเจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านก็จะโดนโกง ในงวดนี้มากสุดครับ เบิกเงินล่วงหน้าไปแล้วหายเลย หรือไม่ก็ทำทีส่งคนมาหน้างาน   วันละ 2 – 3 คน งานไม่เดิน ถ้าเจอผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมาแบบนี้ก็ควรบอกเลิกเรียกเงินคืนนะครับ

ดังนั้น ชื่อเสียงในวงธุรกิจ ในวงเพื่อนฝูงของผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา จึงสำคัญในการเลือกจ้างงาน แม้ชื่อเสียงในวงสังคมดี ก็ใช่ว่าจะเป็นผู้รักษาสัญญา ไม่คด ไม่โกง นะครับ

3. ความมั่งคั่ง หมายถึง ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา ต้องมีความพร้อมในการทำงานครับไม่ใช่รอเบิกเงินจากเจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านอย่างเดียว สามารถปรับสภาพคล่องทางการเงิน มีการบันทึกต้นทุน การเงิน ตารางการจ่ายเงิน ตารางการชำระเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมนะครับ อย่างเช่นงานโครงการของรัฐส่วนมากไม่มีเงินค่าจ้างล่วงหน้านะครับ ดังนั้น ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา ก็ควรมีเงินทุนสำรองพอสมควรครับ งานก่อสร้างจะได้ไม่สดุดครับ

4. ความเอื้อเฟื้อ หมายถึง ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา ที่มีความเอื้อเฟื้อ ถ้อยที ถ้อยอาศัย หวังความสำเร็จของงานเป็นสำคัญครับ ไม่ขัดข้องในการปรับปรุงแก้ไขงานตามที่ตัวแทน หรือที่ปรึกษาโครงการ เจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านติติง แต่ต้องมีเหตุและผลในการอธิบายให้ตัวแทน หรือที่ปรึกษาโครงการ เจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านยอมรับฟังครับ เพื่อให้งานลุล่วงด้วยดีครับ ไม่ใช่ทุกอย่างอ้างตามแบบแล้ว ถ้ามันออกมาไม่สวยงานก็ปรับแก้กันด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่ายได้ครับ

5. ความเมตตา หมายถึง ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา ที่มีความเมตตา ในที่นี้ผู้เขียนหมายความถึง เมตตาตัวแทน หรือที่ปรึกษาโครงการ เจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านด้วยการแจ้งความขัดข้อง หมองใจ เมื่อดำเนินงานแล้วติดขัดเรื่องอันใดแจ้งไปเลยครับ อย่าเก็บไว้จนเวลาล่วงเลยไป ส่วนไหนดี ส่วนไหนต้องแก้ไข เจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านจะได้รับรู้ส่วนดี ส่วนด้อย แก้ไขการดำเนินงานเพื่อความสำเร็จของงานตามสัญญาครับ เป็นข้อดีด้วยครับ ถ้าตัวแทน หรือที่ปรึกษาโครงการ เจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านรายใดไม่รับข้อดี ข้อเสีย งอแง ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา ก็จะสามารถจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการก่อสร้างและปรับตัวแต่งแต่เริ่มร่วมงานกันครับ

6. ความมีเหตุมีผล หมายถึง ผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมา เป็นผู้มีเหตุผล ยอมรับฟังปัญหาครับ เพราะงานก่อสร้างปัญหามากมาย ยิ่งโครงการใหญ่จะมีบุคคลที่เข้ามาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก บางเจ้าฟังแต่วิศวกรโครงการ เพราะจ้างมาควบคุมงานแล้ว ต้องฟังคนของเรา ไม่รับฟังปัญหาในส่วนของตัวแทน หรือที่ปรึกษาโครงการ เจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านบ้าง ปัญหาก็จะเกิดการสะสมทุกวัน จนสุดท้ายต้องเลิกสัญญา ทิ้งงาน หรือยึดงาน ไม่เกิดผลดีกับทุกฝ่ายครับ      

คุณสมบัติที่กล่าวมานี้ เจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านจะไปหาที่ไหนละครับ เพราะสภาพเศรษฐกิจและสังคม การแข่งขันก็มากมาย บริษัทก่อสร้างเกิดขึ้นมาแข่งขันราคากันเต็มไปหมด ผู้เขียนก็ขอฝากเป็นแนวทางในการเข้าไปร่วมสังฆกรรมครับ การเลือกจากบุคคลที่น่าเชื่อถือ มิตรสหาย ก็สามารถเรียนรู้และร่วมงานกันได้ครับ เพราะการเข้าไปทำงานร่วมกันแล้วก็สังเกตจากคุณสมบัติข้างต้นว่ามีบ้างหรือไม่ จะได้ประเมินถูกครับว่าจ่ายเงินจบ งานครบถ้วนหรือไม่ครับ

วันนี้ ผู้เขียนก็ขอจบการคัดเลือกผู้รับจ้าง หรือผู้รับเหมาไว้เท่านี้ครับ ตอนหน้าจะมากล่าวถึงการคัดเลือกตัวแทน หรือที่ปรึกษาโครงการบ้างครับ

ขอบคุณครับ

Cons.- law.

10/7/2564