เรื่องคดีอาญา
ตอนที่ ๒ เรื่องคดีอาญา
คดีความจะมีทั้งคดีแพ่ง และคดีอาญา ซึ่งไม่ว่าคดีความเพ่งหรืออาญาก็เชื่อได้ว่าไม่มีใครต้องการจะเจอมัน แต่อย่างที่ ”น้าเณร” ได้เคยพูดไว้ว่าคดีความนั้นแม้เราไม่คิดจะไปหา แต่บางครั้งมันกลับมาหาเราเอง โดยในวันนี้ “น้าเณร” ขอข้ามมาพูดในเรื่องของคดีอาญา ที่ต้องพูดเรื่องนี้ก็เพราะว่าในอาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีลูกความมาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับคดีอาญา ว่าตนเองถูกฉ้อโกงจะทำอย่างไรดี ซึ่ง”น้าเณร”ก็ได้อธิบายให้ลูกความฟังว่า ในคดีอาญานั้นมีข้อยุ่งยากมากมายเมื่อมีการประทำความผิดเกิดขึ้น ผู้เสียหายสามารถดำเนินการได้ ๒ กรณีคือ การแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน หรือผู้เสียหายฟ้องคดีเอง โดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๘ บัญญัติว่า บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล
๑). พนักงานอัยการ
๒). ผู้เสียหาย
ในกรณีให้พนักงานอัยการฟ้องคดีอาญาให้ ขั้นตอนเบื้องต้นเมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นผู้เสียหายจะต้องแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน โดยในการแจ้งความดังกล่าวเป็นการที่ผู้เสียหายเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นให้พนักงานสอบสวนฟัง บางครั้งผู้เสียหายอาจต้องสืบหาพยานหลักฐานเองและอาจหอบหิ้วไปให้พนักงานสอนสวนด้วย เมื่อแจ้งความเสร็จก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งที่หาเองและที่ผู้เสียหายนำมาให้เพื่อสรุปสำนวนและทำความเห็นเสนอให้กับพนักงานอัยการ พนักงานอัยการจึงจะมีอำนาจในการฟ้องคดีได้ ขั้นตอนและการดำเนินการดังกล่าวมีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหมด ๓ ฝ่าย คือ ผู้เสียหาย พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการ โดยแต่ละฝ่ายจะมีอำนาจหน้าที่ต่างๆตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งเมื่อมอบหมายให้พนักงานสอบสวนแล้วขั้นตอนต่อไปคือ รอ รอ และรอ ว่าคดีจะคืบหน้าอย่างไร และพนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างไร อันนี้ต้องติดต่อสอบถามเอากับพนักงานสอบสวนเองนะครับ โดยในวันนี้น้าเณรได้มาสรุปขั้นตอนคร่าวๆเบื้องต้นให้ฟังในกรณีแรก คือให้พนักงานอัยการฟ้องคดีแทนผู้เสียหาย โดยในครั้งหน้าจะเล่าให้ฟังต่อว่าในกรณีที่ผู้เสียหายจะฟ้องคดีเองต้องดำเนินการเบื้องต้นอย่างไร