ธนาคารเจ้าหนี้จะนำหนี้ตามสัญญาประนีประนอม
ธนาคารเจ้าหนี้จะนำหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ผู้ที่รับมอบอำนาจจากลูกค้าทำกับธนาคารโดยปราศจากอำนาจมาขอรับชำระหนี้ไม่ได้
การที่ผู้รับมอบอำนาจจะกระทำการใดต้องกระทำไปโดยที่ผู้มอบอำนาจหรือตัวการให้สัตยาบันให้กระทำได้เท่านั้น ดังนั้นหากผู้รับมอบอำนาจได้กระทำไปโดยนอกเหนือจากขอบเขตที่มอบอำนาจไว้ย่อมไม่มีผลผูกพันผู้มอบอำนาจ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 ดังนั้นการที่ผู้รับมอบอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับธนาคารโดยที่ไม่มีอำนาจหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่ผูกพันลูกหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 823 ถ้าตัวแทนกระทำการอันใดอันหนึ่งโดยปราศจากอำนาจก็ดี หรือทำนอกทำเหนือขอบอำนาจก็ดี ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบันแก่การนั้น
ถ้าตัวการไม่ให้สัตยาบัน ท่านว่าตัวแทนย่อมต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยลำพังตนเอง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกนั้นได้รู้อยู่ว่าตนทำการโดยปราศจากอำนาจ หรือทำนอกเหนือขอบอำนาจ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2509
เจ้าหนี้ของจำเลยฟ้องจำเลยเรียกหนี้สินผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยนำใบมอบอำนาจมาขอทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลย แต่ใบมอบอำนาจนั้นเป็นเรื่องให้ทำคำของรับรองการทำประโยชน์และทำนิติกรรมขายที่ดินตาม ส.ค. 1 เลขที่ 607 แม้จะมีข้อความว่าให้มีอำนาจดำเนินคดีทางศาล เช่น ยอมความได้ด้วย ก็ตาม ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับที่ดินนั้น ดังนั้น ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความและพิพากษาตามยอมให้ ก็ไม่มีผลผูกพันจำเลย เมื่อจำเลยถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลาย เจ้าหนี้ของจำเลยนั้นจึงจะนำหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความาขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้ และจะอนุโลมเอามูลหนี้เดิมของเจ้าหนี้มาเป็นเหตุอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้ก็ไม่ได้ เพราะเจ้าหนี้มิได้ร้องขอรับชำระหนี้ก็ไม่ได้ เพราะเจ้าหนี้มิได้ร้องขอรับชำระหนี้โดยอาศัยมูลหนี้เดิม และมิได้มีการไต่สวนพยานหลักฐานเกี่ยวกับมูลหนี้เดิม และมิได้มีการไต่สวนพยานหลักฐานเกี่ยวกับมูลหนี้เดิมโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์เสียก่อน
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 10/2509