18-เลิกจ้างเพราะกิจการขาดทุน

เลิกจ้างเพราะกิจการขาดทุน แต่ถ้าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายด้วย

การว่าจ้างและการเลิกจ้างเป็นธรรมดาและสัจธรรมของกิจการ มีว่าจ้างก็ย่อมมีเลิกจ้าง เป็นวงจรและเป็นวัฎจักร เช่นเดียวกับกิจการของท่านๆทั้งหลาย กิจการก็มีการก่อร่างสร้างตัว มีการดำรงอยู่และเจริญเติบโตและมีกิจการขาลง ถามว่าขาลงเพื่ออะไรก็เพื่อจะเจริญเติบโตใหม่อีกครั้งหรือหากกิจการนั้นเป็นกิจการที่ไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคแล้วกิจการนั้นก็ต้องตาย (ปิดตัวไป) เพื่อเกิดกิจการใหม่ธุรกิจใหม่เป็นวัฎจักรเช่นนี้มาตราบนานเท่านานแล้ว แม้ว่ากิจการของท่านจะมีความเข้มแข็งแค่ไหนก็ต้องผ่านมรสุมของชีวิตไปให้ได้เพราะแต่ละกิจการจะมีช่วงที่เกิดวิกฤติเสมอหากผ่านไปได้ก็จะเข้มแข็งและมีภูมิต้านทานต่อโรคมากขึ้นหากผ่านไม่ได้ก็ต้องตายไปตามธรรมชาติแล้วก็เกิดธุรกิจใหม่ขึ้นมาแทนที่ เช่นเดียวกับชีวิตของมนุษย์เรานั่นเอง

การจ้างงานกับการเลิกจ้างก็เป็นเช่นเดียวกัน เมื่อมีการจ้างก็มีการเลิกจ้าง แต่ปัญหาที่มักจะเกิดกับกิจการของท่านก็คือ กฎหมายที่เกี่ยวกับการเลิกจ้างกำหนดหลักเกณฑ์การเลิกจ้างไว้อย่างไร มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือกฎหมายตัวไหนบ้างเป็นปัญหาสำหรับกิจการที่ไม่ใหญ่โตนักไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ พอไม่รู้ก็มีปัญหาว่าเลิกจ้างไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย ผลที่ตามมาก็คือต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างมากกว่าที่ควรจะต้องจ่ายทำให้กิจการมีต้นทุนเกี่ยวกับการบริหารแรงงานเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่แค่การเลิกจ้างเท่านั้นที่ทำให้ต้นทุนกิจการสูงขึ้น การบริหารจัดการแรงงานอื่นๆก็เหมือนกัน หากไม่รู้กฎหมายแรงงานแล้วอาจต้องจ่ายสูงกว่าที่ควรจะต้องจ่าย กิจการที่ไม่ใหญ่นักมักจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จึงไม่ได้จ้างนิติกรหรือนักกฎหมายหรือผู้รู้(จริง)กฎหมายแรงงานเพื่อให้จัดการเรื่องนี้

สำหรับวันนี้ผมจะนำเรื่องการเลิกจ้างที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ดันมีอะไรมาเล่าให้ทุกท่านฟังเป็นอุทาหรณ์ คือ เลิกจ้างเพราะกิจการขาดทุน ไม่มีงานให้ลูกจ้างทำ แต่ทำไมศาลถึงบอกว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ผมเคยเป็นทนายความให้ลูกจ้างกลุ่มหนึ่งที่ถูกเลิกจ้างจำนวน 7 คน ซึ่งถูกเลิกจ้างในข้อหาว่ากิจการขาดทุน ยอดขายลดลง นายจ้างต้องการลดต้นทุนเพื่อความอยู่รอดของกิจการ สำหรับลูกจ้างทั้ง 7 คนเป็นคนงานที่อยู่ในแผนกฝ่ายผลิตและในแผนกนั้นนายจ้างอ้างว่าไม่มีงานให้ลูกจ้างทำแล้ว

นายจ้างเลิกจ้างและจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย แต่ผมเป็นทนายความให้ลูกจ้างฟ้องนายจ้างว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ยื่นฟ้องไปนายจ้างสู้คดีว่าเลิกจ้างเป็นธรรมแล้วเพราะกิจการขาดทุน ยอดขายลดลง ไม่มีงานให้ลูกจ้างทำ ทั้งได้ปรึกษาเจ้าหน้าที่แรงงานแล้วแนะนำให้เลิกจ้างได้

บริษัทนี้มีทุนจดทะเบียนสี่ร้อยกว่าล้าน ตามงบการเงินมีสินทรัพย์กว่าพันล้าน และในปีที่เลิกจ้างนั้นงบการเงินขาดทุนจริงครับ แต่ก่อนหน้านั้น 3 ปี กำไรมาโดยตลอดเพียงแต่กำไรไม่เยอะ และจุดพีคสุดของเรื่องคือในปีที่เลิกจ้างนั้นยอดขายสูงกว่าปีก่อนประมาณสองร้อยกว่าล้าน และนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในเดือนพฤศจิกายน ทุกท่านลองตามมาดูนะครับว่าตามเรื่องราวที่ผมเล่ามานั้น ทำไมศาลถึงบอกเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม

คดีนี้ศาลชั้นต้นลูกจ้างแพ้คดีครับ เพราะศาลชั้นต้นเชื่อว่าเหตุที่เลิกจ้างนั้นเป็นเหตุที่สมควรแก่กรณีเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม

คดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่านายจ้างเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม คือให้ลูกจ้างชนะคดี โดยยกเหตุผลตามที่ผมอุทธรณ์เลยครับคือ
1. ในปีที่เลิกจ้างนั้นแม้จะขาดทุนแต่ขาดทุนเพียงเล็กน้อยก่อนหน้านั้นมีกำไรมาโดยตลอด สรุปคือขาดทุนเพียงเล็กน้อยยังไม่เพียงพอที่จะยกเป็นเหตุเลิกจ้าง
2. บริษัทมีสินทรัพย์ในงบการเงินกว่าพันล้าน การเลิกจ้างลูกจ้างเพียง 7 คนศาลมองว่าไม่มีนัยสำคัญต่อการลดต้นทุน
3. จุดที่สำคัญคือในปีที่เลิกจ้างยอดขายเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แสดงว่ามีงานให้ลูกจ้างทำถึงขายได้มากกว่าเดิม อีกทั้งเลิกจ้างลูกจ้างเดือนพฤศจิกายน แสดงว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นในปีนั้นลูกจ้างทั้ง 7 คนก็มีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อให้นายจ้างเกิดยอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้น แต่พอถึงปลายปีกลับเลิกจ้างด้วยเหตุว่ายอดขายลดลงไม่มีงานให้ลูกจ้างทำ ข้ออ้างขัดกับเอกสารคืองบการเงินของตัวเอง

ในฐานะที่ผมเองเป็นที่ปรึกษาของนายจ้างอยู่หลายที่จึงเห็นใจนายจ้างครับ และเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับกิจการของนายจ้างเลยนำมาเล่าสู่กันฟังครับ นายจ้างคงจะลืมไปหรืออาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการเลิกจ้างนั้นนอกจากจะต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานแล้ว หากเหตุที่เลิกจ้างนั้นเป็นการเลิกจ้างด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมแล้ว ท่านอาจต้องจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนั้นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากค่าชดเชย พูดง่ายๆว่าโดน 2 เด้งนั่นเองครับ

สรุปว่าเรื่องที่ผมเล่ามาคือนายจ้างขาดทุนไม่จริงแต่อยากจะเลิกจ้าง หรือคงจะขาดทุนจริงแต่ไม่ทำการเลิกจ้างให้สมเหตุสมผล จริงๆก่อนจะเลิกจ้างควรมีมาตรการรองรับข้อต่อสู้ของลูกจ้างและนายจ้างควรตระหนักว่า “นอกจากค่าชดเชยแล้วยังอาจมีค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมอีก”
สำหรับตอนนี้สวัสดีครับ

โดย ชอลิ้วเฮียง (ทนายนำชัย พรมทา)