10-เจ้าหนี้ยื่นขอรับ

ถ้าเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ แต่ปรากฏว่าคำพิพากษาดังกล่าวให้ลูกหนี้ชำระดอกเบี้ยที่ขัดต่อกฎหมาย ศาลย่อมอนุญาตให้ชำระได้เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมายเท่านั้น


การที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้น เจ้าหนี้มีหน้าที่จะต้องนำพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิสูจน์ให้เห็นว่า มูลหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้มีอยู่จริงและลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้นั้น และต้องเป็นหนี้ที่ไม่ฝ่าฝืนข้อห้ามทางกฎหมาย เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วปรากฎว่าคำขอนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น มีดอกเบี้ยที่ขัดต่อกฎหมายรวมอยู่ในหนี้ที่ขอรับชำระด้วยแล้วนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมความเห็นเสนอศาลให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ถูกต้อง ดังเช่นฎีกาตามตัวอย่างนี้


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 917/2521
เมื่อมีผู้ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย แม้ผู้ขอจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่น หรือเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ในคดีล้มละลายนั้นเองก็ตาม เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจสอบสวนในเรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระนั้นว่าเป็นหนี้ที่จะขอรับชำระได้หรือไม่ แล้วทำความเห็นเสนอศาลและศาลมีอำนาจสั่งตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 106,107,108

เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งให้จำเลย (ลูกหนี้) เสียดอกเบี้ยแก่โจทก์ (เจ้าหนี้) โดยวิธีคิดดอกเบี้ยทบต้นตามธรรมเนียมประเพณีของธนาคาร ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ดังนี้ คำพิพากษาดังกล่าวไม่ผูกพันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือศาล (ในคดีล้มละลาย)เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นเสนอศาลและศาลมีคำสั่งตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าจะคิดดอกเบี้ยทบต้นหลังจากวันฟ้องไม่ได้ ก็ย่อมมีอำนาจที่จะทำความเห็นและมีคำสั่งเช่นนั้น