สัญญากู้ยืมเงินไม่ได้ลงนามพยาน ต่อมาผู้ให้กู้ให้ผู้อื่นลงนามเป็นพยานโดยพลการ แล้วนำมาฟ้องต่อศาลเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารหรือไม่ ?
วันนี้ตัวผู้เขียนได้รับคำถามที่น่าสนใจจากลูกความท่านหนึ่งว่า “ถ้าสัญญากู้ยืมเงินไม่ได้ลงนามพยาน ต่อมาผู้ให้กู้ให้ผู้อื่นลงนามเป็นพยานโดยพลการ แล้วนำสัญญากู้นั้นมาฟ้องต่อศาล ถือว่าเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารหรือไม่ ?”
ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นคำถามที่น่าสนใจมาก ดังนั้น จึงลองค้นหาคำตอบดูว่ากรณีแบบนี้เคยมีคดีตัวอย่าง หรือมีคดีที่ศาลฎีกาเคยพิพากษาไว้หรือไม่
ผู้เขียนจึงได้เจอฎีกาที่ 1126/2505 ซึ่งคดีนี้ดังกล่าวมีข้อเท็จจริงว่า “…คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์(ผู้กู้)ได้ทำหนังสือสัญญากู้เงิน 80,000 บาทให้ไว้กับจำเลยที่ 1 (ผู้ให้กู้) ต่อมาจำเลยทั้งสองได้บังอาจสมคบกันปลอมหนังสือสัญญากู้เงินดังกล่าวโดยให้จำเลยที่ 2 เซ็นนามเป็นพยาน เป็นการกระทำเพิ่มเติมขึ้นภายหลังจากการกระทำสัญญากู้เงินกันแล้ว จึงเป็นการปลอมเอกสาร และได้นำข้อความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จมาเบิกความเป็นพยานในศาลและใช้เอกสารปลอมเป็นพยาน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 266, 268 และ 177
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองยังไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำที่จะเป็นผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 จะต้องเป็นการกระทำที่น่าจะเกิดหรืออาจเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน คดีนี้ โจทก์รับอยู่ว่า โจทก์ได้ลงชื่อในหนังสือสัญญากู้เงินจำเลยที่ 1 ไป 80,000 บาทจริง สัญญาดังกล่าวจึงมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว การที่จำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 ลงชื่อในสัญญานั้นในภายหลัง ตามกฎหมายจึงไม่น่าจะเกิดหรืออาจเกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยจึงไม่ควรมีความผิดดังที่โจทก์ฎีกา
พิพากษายืนให้ยกฎีกาโจทก์…”
ดังนั้น คำตอบจึงพอสรุปว่าได้ว่า แม้สัญญากู้ยืมเงินจะได้ลงลายมีชื่อพยานในภายหลัง ก็ยังมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264
“ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อื่นนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อนำเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน ให้ถือว่าผู้นั้นปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน”
หากท่านผู้อ่านได้อ่านบทความนี้แล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ ช่วยกดแชร์ส่งต่อเป็นกำลังใจให้สำนักงานฯ และผู้เขียนด้วยนะครับ+++