บทความทนายชวนคิดตอนที่26โจทก์ขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา

บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 26 โจทก์ขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา

 

ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 ในคดีอื่นนอกจากคดีมโนสาเร่ โจทก์ชอบที่จะยื่นคำขอต่อศาลนั้นมาพร้อมกับคำฟ้องหรือในเวลาใดๆ ก่อนพิพากษา ซึ่งทำเป็นคำขอฝ่ายเดียว ซึ่งร้องขอให้ศาลมีคำสั่งภายในบังคับแห่งเงื่อนไขซึ่งจะกล่าวต่อไปนี้

1. ขอให้ศาลยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยทั้งหมดหรือบางส่วนไว้ก่อนพิพากษา รวมทั้งจำนวนเงินหรือทรัพย์สินของจำเลยทั้งหมดหรือบางส่วนไว้ก่อนพิพากษา รวมทั้งจำนวนเงินหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่ถึงกำหนดชำระให้แก่จำเลย

2. ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามชั่วคราวไม่ให้จำเลยกระทำซ้ำ หรือกระทำต่อไป จากการละเมิดหรือการผิดสัญญา หรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง หรือมีคำสั่งอื่นใดที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายที่โจทก์อาจได้รับต่อไปเนื่องจากการกระทำของจำเลย

3. ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระงับการจดทะเบียน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือการเพิกถอนการจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยหรือที่เกี่ยวกับการกระทำที่ถูกฟ้อร้องไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลอาจจะมีคำสั่งไว้เป็นอย่างอื่น เท่าที่ไม่ขัดแย้งต่อบทบัญัติกฎหมายทีเกี่ยวข้อง

4. ให้จับกุมและกักขังจำเลยไว้เป็นการชั่วคราว ในระหว่างระยะเวลานับแต่ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ได้อ่นคำพิพากษา หรือคำสั่งชี้ขาดหรือชี้ขาดอุทธรณ์ไปจนถึงเวลาที่ศาลขั้นต้นได้ส่งสำนวนความที่อุทธรณ์หรือฎีกาไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาฯ แล้วแต่กรณี คำขอตามมาตรานี้ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งอนุญาตหรือยกคำขอตามมาตรานี้

          ซึ่งการฟ้องร้องต่อสู้คดีกันในศาลยางครั้งนั้นอาจใช้ระยะเวลานาน ซึ่งอาจทำให้โจทก์นั้นได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยนั้น/ได้มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปเสียก่อนที่ศาลจะได้มีคำพิพากษา หรือโจทก์อาจได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยนั้นยังคงกระทำละเมิดต่อโจทก์อยู่ตลอดเวลาในระหว่างที่ศาลนั้นยังไม่ได้มีคำพิพากษา จึงต้องมีการบัญญัติมาตรา 254 นี้ขึ้นมาเพื่อคุ้มครองโจทก์ไม่ให้ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยดังกล่าว ซึ่งมีหลักในการขอคุ้มครองดังนี้

1. คดีที่โจทก์สามารถขอคุ้มครองได้นั้นจะต้องเป็นคดี แพ่งสามัญ โดยจะต้องไม่ใช่คดีมโนสาเร่แต่อย่างใด เช่น โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยนั้นชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมกับโจทก์ได้ยื่นคำร้องว่า ขณะนี้จำเลยนั้นได้กำลังกระทำการโอนที่ดินของตัวจำเลยเองนั้นให้แก่บุตรเพื่อขัดขวางไม่ให้โจทก์นั้นสามารถบังคับคดีเอากับทรัพย์สินดังกล่าวได้ ดังนั้นโจทก์จึงขอให้ศาลนั้นดำเนินการยึดที่ดินของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา ซึ่งคดีโจทก์ฟ้องนั้นทุนทรัพย์ตามจำนวนดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นคดีมโนสาเร่ จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ในการขอคุ้มครองชั่วคราวตามมาตรา 254 (1) นี้

2. และการยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวนั้น เป็นสิทธิของฝ่ายโจทก์เท่านั้นที่จะสามารถยื่นคำร้องดังกล่าวได้ เข่นหากศาลชั้นต้นนั้นพิพากษาให้จำเลยนั้นแพ้คดีจำเลยในฐานะผู้ยื่นอุทธรณ์จะมายื่นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งห้ามโจทก์นั้นโอนขายหรือจำหน่ายที่ดินพิพาทตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 นี้ไม่ได้ เพราะมาตรา254 นี้อนุญาตแค่ฝ่ายโจทก์ยื่นคำขอฝ่ายเดียวเท่านั้น ดังนั้นจำเลยจึงไม่มีสิทธิยื่น

3. และศาลนั้นจะต้องรับคำฟ้องโจทก์แล้วเท่านั้น โจทก์จึงจะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวได้ ซึ่งถ้าหากศาลนั้นยังไม่ได้รับฟ้องของโจทก์นั้น ย่อมไม่สามารถนำเอาวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพอพากษามาใช้ได้

4. คำขอให้คุ้มครองชั่วคราวไม่ว่าตามที่โจทก์ขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยตาม 254(1) หรือโจทก์ขอให้จับกุมกักขังจำเลย ตามตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254  ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 254(4) นั้น เป็นคำขอฝ่ายเดียวที่ห้ามศาลรับฟังคู่ควรมอีกฝ่ายก่อนออกคำสั่ง แต่หากเป็นคำขอคุ้มครองชั่วคราวตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254  254(2) และ 254(3) นั้นถือเป็นคำขอฝ่ายเดียวจึงเป็นดุลยพินิจศาลที่จะรับฟังคู่ควรมอีกฝ่ายหรือไม่ก็ได้

5. และสิ่งที่โจทก์จะขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวนั้น จะต้องตรงกับการกระทำของจำเลยที่ถูกฟ้องร้องหรืออยู่ในประเด็นแห่งคดีและเป็นเรื่องที่อยู่ในคำขอท้ายฟ้องด้วย เช่นโจทก์ฟ้องจำเลยขับไล่จำเลยนั้นออกจากตึกแถวของโจทก์ จำเลยได้ให้การฟ้องแย้งให้โจทก์นั้นโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวพิพาทนั้นมาให้แก่จำเลยและรับเงินค่าที่ดินและตึกแถวพิพาทจากจำเลย ระหว่างการพิจารณาในศาลชั้นต้น โจทก์ตัดท่อน้ำบาดาลไม่ให้มีการจ่ายน้ำเพื่อบริโภคมายังตึกแถวพิพาทที่จำเลยนั้นได้อยู่อาศัย จำเลยจึงได้ขอให้ศาลนั้นังให้โจทก์ต่อท่อและจ่ายน้ำเพื่อบริโภคนั้นมายังตึกแถวพิพาทโดยใช้น้ำบาดาลของโจทก์เช่นเดิม หรือให้โจทก์ดำเนินการยื่นคำร้องต่อการประปานครหลวงเดื่อติดตั้งน้ำประปาให้จำเลยไม่ได้ เพราะมันไม่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่จำเลยนั้นถูกฟ้องร้องอย่างใดเลย ซึ่งจากกรณีนี้การที่จำเลยนั้นถูกตัดน้ำจากโจทก์นั้น จำเลยมีทางแก้คือจะต้องไปยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีละเมิดและมีคำขอท้ายคำฟ้องขอให้โจทก์ดำเนินการต่อน้ำต่อไฟฟ้าและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่จำเลย พร้อมกับยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในกรณีฉุกเฉินให้ศาลนั้นมีคำสั่งห้ามชั่วคราวไม่ให้กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไป ไม่ว่าการชะเมิดหรือกาคผิดสัญญานั้นอาศัยอำนาจตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 มาตรา 254(2) ประกอบมาตรา 266

6. ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 มาตรา 254 วรรคสองนั้น ระยะเวลาการขอคุ้มครอบชั่วคราวนั้นสามารถกระทำได้ในทุกชั้นศาล ซึ่งหากคดีนั้นอยู่ในชั้นศาลใด ศาลนั้นจะเป็นผู้มีอำนาจมนการพิจารณาและมีคำสั่ง แต่ก็มีข้อยกเว้นว่าหากศาลชั้นต้นนั้นยังไม่ได้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ก็ให้ศาลชั้นต้นนั้นเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาสั่ง

7.  ละการที่โจทก์นั้นจะยื่นขอคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวนั้นจะต้องเป็นที่พึงพอใจแก่ศาลว่าคำฟ้องมีมูลและมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวตามที่ขอมานั้นใช้ได้ เช่นการขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยเป็นการชั่วคราวจะต้องแสดงให้ศาลเป็นที่พึงพอใจได้ว่าจำเลยนั้นตั้งใจจะยักย้ายทรัพย์สินไปให้พ้นจากอำนาจศาลหรือจะโอนหรือขนย้าย หรือขายจำหน่ายทรัพย์สินใดๆเพื่อประวิงคดีต่อการบังคับคดี

ส่วนผลของการที่หากศาลนั้นมีคำสั่งอนุญาตให้คุ้มครองชั่วคราวได้นั้น อยู่ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 มาตรา 258

โดยหากเป็นคำสั่งศาลในมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 มาตรา 254 (1) นั้นให้บังคับจำเลยนั้นได้ทันที แต่จะใช้บังคับกับบุคคลภายนอกที่ได้รับโอนสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนการแจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบไม่ได้ และในส่วนของตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 มาตรา 258 วรรคสอง ก็สามารถบังคับเอากับจำเลยได้ทันที ส่วนคำสั่งที่มีผลสั่งให้นายทะเบียนระงับการจดทะเบีนไว้ชั่วคราวตามมารา 254(3) นั้น แบ่งออกเป็นสองกรณี 1.คำสั่งที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยผลของคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจะเป็นไปตามมาตรา 258 วรรคสาม 2.คำสั่งที่เกี่ยวกับการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง ผลของคำสั่งจะเป็นไปตามมาตรา 258 วรรคสี่ ส่วนคำสั่งให้ศาลที่ให้จับกุมและกักขังจำเลยไว้ชั่วคราวตามมาตรา 254(4) นั้นหมายจับจำเลยให้บังคับได้ทั่วราชอาณาจักร แต่ให้กักขังจำเลยได้ไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันจับ

 

นายพีรกร สุขสุเมฆ

ผู้เขียน

ทนายความ