รู้หรือไม่ ค้างจ่ายค่าจ้าง มีโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญา
รู้หรือไม่ ค้างจ่ายค่าจ้าง มีโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญา
เช้าวันจันทร์ในช่วงฤดูหนาววันหนึ่ง ผมตื่นนอนและจะต้องเตรียมตัวไปศาลตามนัดหมายตามวิถีชีวิตของทนายความ อากาศหนาวจิตใจค่อนข้างหดหู่ มองออกไปยังนอกหน้าต่างยังไม่พบแสงสว่างจากแสงตะวันเพราะยังเช้ามืดมาก ผมตื่นนอนแต่ยังไม่ได้ลุกจากที่นอน สูดลมหายเข้ายาวและออกยาวติดต่อกันประมาณ 10 นาทีจากนั้นก็สูดลมหายเข้าสั้นและออกสั้นติดต่อกันไปประมาณ 10 นาทีเช่นกัน เป็นการฝึกทำอาณาปานสติ ทันใดนั้นเองโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนหัวเตียงผมก็มีอาการสั่น ผมหยิบโทรศัพท์มาดูเป็นเบอร์ของเฮียตี๋ลูกความกิตติมศักดิ์ของผมนั่นเอง โทรมาแต่เช้าเลยคงต้องมีเรื่องให้ผมปวดหัวอีกแน่ๆ ผมนึกในใจ
ผม: ฮัลโหล หวัดดีครับเฮีย โทรมาแต่เช้ามืดเชียวมีเรื่องอะไรหรอครับ
เฮียตี๋: วันนี้ลื้อมีศาลหรือเปล่าเข้ามาพบอั้วหน่อย มีปัญหาปวดหัวอีกแล้วว่ะ
ผม: ผมมีศาลเช้าครับเฮีย ศาลในกรุงเทพนี่แหละ เฮียมีไรด่วนหรือเปล่า
เฮียตี๋: มีเรื่องพนักงานที่โรงงานของอั้วมันรวมหัวกันจะฟ้องอั้วอีกแล้ว ปวดหัวกับมันจริงๆ งั้นลื้อเสร็จธุระที่ศาลค่อยเข้ามาหาอั้วตอนบ่ายนะ
ผม: ครับเฮีย
ประมาณบ่ายสามเศษๆ ผมเสร็จธุระจากศาลตามหน้าที่ทนายความแล้วก็เข้าไปพบเฮียตี๋ตามที่นัดหมายกับแกไว้ ผมเข้าไปถึงก็เปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของแกอย่างคนสนิทกัน เห็นแกนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานรอผมอยู่และมีแก้วเบียร์ไฮเนเก้นแก้วใหญ่ซึ่งแกนั่งจิบรอผมอยู่ก่อนแล้ว พอผมเข้าไปถึงในห้องแกก็จัดการรินเบียร์ให้ผมก่อนจนเต็มแก้ว จากนั้นแกก็เริ่มเล่าปัญหาของแกให้ผมฟัง
เฮียตี๋: ก็ลูกน้องอั้วที่เป็นพนักงานบัญชีประมาณสิบกว่าคนน่ะสิ ตอนอั้วรับสมัครเข้ามาก็คุยกันแล้วว่าอั้วตกลงให้เงินเดือนมันคนละ 15,000 บาท และอั้วตกลงให้พิเศษอีก 3,000 บาท รวมเป็น 18,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำงานวันละ 9 ชั่วโมงแต่ไม่มีสิทธิได้รับ OT เพราะถือว่าอั้วจ่ายเหมาให้ใน 3,000 บาทนั่นแล้ว อยู่ๆมาวันนี้มันจะมาขอให้อั้วจ่าย OT ให้มันย้อนหลังตั้งแต่วันที่มันทำงานกับอั้วมา แบบนี้อั้วก็แย่ละซิเพราะมันทำงานกับอั้วมาจะห้าปีแล้ว ลื้อช่วยอั้วได้มั๊ยล่ะ อั้วควรต้องทำยังไงดี
ผม: แล้วก่อนที่จะตกลงกับลูกจ้างแบบนั้นเฮียทำไมไม่ปรึกษาผมก่อนล่ะ
เฮียตี๋: ก็อั้วเห็นว่าคุยกันชัดแล้วและมันก็ยอมเซ็นสัญญาจ้างให้ตามเงื่อนไขที่คุยกันเลยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ผม: เฮีย ตามกฎหมายแรงงาน เรื่องบางเรื่องกฎหมายไม่ยอมให้นายจ้างกับลูกจ้างตกลงกันเองได้นะครับ โดยเฉพาะ พรบ.คุ้มครองแรงงานฯ เป็นกฎหมายที่คุ้มครองลูกจ้าง นายจ้างกับลูกจ้างจะตกลงกันให้บังคับแตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ได้ เว้นแต่ว่าข้อตกลงนั้นจะเป็นประโยชน์กับลูกจ้างมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องในทำนองที่เฮียทำนี่กฎหมายเขาไม่ให้ทำแบบนั้นนะครับ
เฮียตี๋: ทำไมล่ะ แล้วกฎหมายเขาว่ายังไง
ผม: เฮียให้เขาทำงานวันละ 9 ชั่วโมงใช่มั๊ยล่ะ แล้วไม่จ่าย OT ให้เขา เพราะเฮียเข้าใจว่าเฮียตกลงจ่ายค่า OT เหมาไปในเงินจำนวน 3,000 บาทต่อเดือนนั่นแล้วถูกต้องใช่มั๊ย
เฮียตี๋: ใช่ แบบนั้นเลย
ผม: เฮีย ตามกฎหมายแรงงาน (พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541) มาตรา 23 เขาให้นายจ้างกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานในแต่ละวันไว้ แต่วันหนึ่งต้องไม่เกิน 8 ชั่วโมง นั่นหมายความว่า กฎหมายห้ามไม่ให้ลูกจ้างทำงานเกินวันละ 8 ชั่วโมงนั่นเอง แล้วโรงงานเฮียมีวันหยุดประจำสัปดาห์ๆละกี่วันล่ะ
เฮียตี๋: หยุดอาทิตย์ละ 1 วัน คือ หยุดทุกวันอาทิตย์
ผม: แสดงว่าถ้าเฮียให้เขาทำงานวันละ 9 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน สัปดาห์หนึ่งลูกจ้างเขาก็จะทำงานทั้งสิ้น 54 ชั่วโมง ซึ่งเกิน 48 ชั่วโมงผิดกฎหมายอีกนะครับเฮีย เพราะกฎหมายแรงงาน (พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541) มาตรา 23 กำหนดว่าให้นายจ้างกำหนดให้ลูกจ้างทำงานได้สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมง ในเมื่อกฎหมายกำหนดไว้เช่นนั้นเฮียก็ไม่สามารถที่จะไปตกลงกับลูกจ้างให้ทำงานเกินกว่าวันละ 9 ชั่วโมงได้ อีกทั้งเมื่อนับเวลาทำงานในสัปดาห์แล้วยังเกิน 48 ชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนดอีก ข้อตกลงแบบนั้นบังคับไม่ได้นะครับเฮีย
นอกจากนี้ตามมาตรา 24 ยังกำหนดว่าห้ามไม่ให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาเว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นคราวๆไป เฮียไปตกลงกับลูกจ้างเพื่อจ่ายพิเศษ 3,000 บาท ต่อเดือนเพื่อให้เป็นการชดเชยค่าล่วงเวลาก็เท่ากับว่าเฮียบังคับให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาโดยปริยายสิ ก็ขัดต่อกฎหมายอีก ทำไม่ได้นะครับเฮีย
เฮียตี๋: ไอ้โน่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ แล้วอั้วต้องทำไงดีวะ
ผม: ลูกจ้างที่มีปัญหานี่มีหลายคนมั๊ยล่ะครับ
เฮียตี๋: ก็มีอยู่เป็นสิบกว่าคนล่ะ ทำไงดี
ผม: เฮียก็เรียกคุยนะ เดี๋ยวผมช่วยคุย
เฮียตี๋: คุยยังไงล่ะ จะเอาแบบไหน
ผม: ก็คุยกันตรงๆแบบลูกผู้ชายนี่ล่ะครับเฮีย ว่าที่ผ่านมาเฮียเข้าใจผิดคิดว่าทำแบบนั้นได้ แต่ที่จริงแล้วมันทำไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย ไปขอโทษเขาและขอเขาดีๆว่าขอลดเงิน 3,000 นั่นแล้วต่อไปก็ให้เขาทำงานวันละไม่เกิน 8 ชั่วโมงหรือถ้าจะให้ใครทำเกิน 8 ชั่วโมงก็ต้องจ่าย OT ให้เขาตามที่กฎหมายกำหนด
เฮียตี๋: แล้วถ้าเขาไม่ยอมให้ลดล่ะจะทำยังไง
ผม: ถ้าเขาไม่ยอมก็ลดไม่ได้ล่ะครับเฮียเพราะมันคือค่าจ้างของเขา การลดค่าจ้างต้องให้ลูกจ้างยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรนะครับ ไม่งั้นจะลดไม่ได้ ลดก็ผิดกฎหมายอีก แต่ถ้าเขาไปฟ้องจริงๆก็เรียกค่าล่วงเวลาที่ค้างชำระย้อนหลังได้เพียง 2 ปี ส่วนที่เกิน 2 ปี ขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/34 (8)
เฮียตี๋: ทำไมลื้อแม่นกฎหมายจังวะ
ผม: ไม่แม่นได้ยังไงล่ะครับเฮีย ก็ผมเป็นนักกฎหมายนี่ครับ อีกอย่างผมเพิ่งไปเปิดประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาในแอ็ปฯกูเกิ้ลในโทรศัพท์ผมนี่ยังไงล่ะครับ 5555 ว่าแล้วผมก็ยกแก้วเบียร์ที่แกรินให้มายกดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว
เฮียตี๋: แล้วถ้าอั้วหยุดจ่ายไปเลยล่ะ จะเป็นยังไงจะผิดกฎหมายมั๊ย
ผม: ผิดสิครับเฮีย นั่นมันคือค่าจ้าง หากเฮียไม่จ่ายก็ผิดกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา ทางแพ่งนอกนากเฮียจะต้องจ่ายค่าจ้างค่าล่วงเวลาค้างจ่ายแก่ลูกจ้างแล้ว เฮียก็ยังต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ตามมาตรา 9 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และนอกจากนี้หากศาลเห็นว่าเป็นการจงใจไม่จ่ายค่าจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เฮียยังอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ 15 ทุกระยะ 7 วันตามมาตรา 9 วรรคสองอีกด้วยนะครับเฮีย จากที่ค้างเป็นหมื่นอาจต้องจ่ายเป็นล้านนะครับเฮีย ส่วนโทษทางอาญาตามมาตรา 144 ก็จำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับเลยนะครับเฮีย อย่าทำเลย ผมว่าคุยกับเขาดีๆ ลูกจ้างเขาต้องทำงานกับเฮียอีกหลายปี เขาก็กลัวตกงานเหมือนกัน เฮียเรียกเขามาคุยดีๆ ผมว่าเขายอมนะ ลองดูเชื่อผม
ผมต้องคุยกับเฮียตี๋อยู่นานกว่าแกจะเข้าใจยอมรับว่าทั้งหมดเป็นความผิดของแกที่ไม่ได้ปรึกษานักกฎหมายก่อนที่จะทำแบบนั้น และรับว่าจะไปลองคุยเจรจากับลูกจ้างดูก็หมดเบียร์ไปหลายขวด แกยิ่งเมายิ่งคุยเสียงดัง ส่วนผมก็กินเบียร์กับแกไปหลายแก้ว ก็มีอาการมึนๆเหมือนกันดีที่วันรุ่งขึ้นไม่มีนัดศาลที่ไหน แต่พอนึกถึงเรื่องที่ไปศาลตอนเช้าเห็นคนในครอบครัวพี่น้องทะเลาะกันเพราะทรัพย์สมบัติแล้วก็หดหู่ใจ และก็ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปพักผ่อนฝึกทำสมาธิที่วัดป่าแถวๆจังหวัดนครนายกเพราะผมรู้สึกว่านับวันชีวิตยิ่งหาความสงบได้ยากมีแต่การแก่งแย่งชิงดีกัน มีแต่การเอารัดเอาเปรียบกัน (เอาไว้วันหลังผมจะมาเล่าให้ฟังนะครับว่าเรื่องที่ผมไปศาลมาเมื่อตอนเช้าเห็นพี่น้องทะเลาะกันเพราะทรัพย์สมบัตินั้นเรื่องจะน่าเศร้าแค่ไหน)
โดย ชอลิ้วเฮียง (ทนายนำชัย พรมทา)