อาชญากรรมทางการเงินตอนที่2

อาชญากรรมทางการเงิน ตอนที่ 2 กลยุทธ์การลงทุนใหม่ๆ สร้างเรื่องราวและปั่นราคาหุ้น (กรณีศึกษาบริษัทฯในตลาดฯ)

อาชญากรรมทางการเงิน (ตอนที่ 2 กลยุทธการลงทุนใหม่ๆ)

บทความตอนเดิม (เม่ามีปืน) เสนอกรณีศึกษาการลงทุนของบริษัทพลังงานทดแทนบริษัทหนึ่ง หลังจากเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์แล้ว เพิ่มทุน ออกหุ้นกู้ และออกตั๋วสัญญาใช้เงินมาสร้างเรื่องราวและปั่นหุ้น เมื่อหมดมุกแล้วจะทำอย่างไร

เมื่อมีการปั่นหุ้นมาสักระยะแล้วหมดมุก ไม่มีอะไรพิเศษ กลุ่มผู้บริหารจึงต้องคิดกระบวนการ กลยุทธ์ใหม่เข้ามาจัดการบริษัท เพื่อปลุกระดม ปลุกปั่นหุ้นล่อตา ล่อใจ เม่าเล็กเม่าน้อยต่อไปด้วยการซื้อกิจการอื่นมาบริหารกิจการ เพื่อสร้างเรื่องราวและปั่นหุ้น การลงทุนครั้งนี้ มีบทเรียนหลายอย่าง หลายประการ ดังจะนำเสนอ ดังนี้

1. ซื้อกิจการโรงแรมมูลค่ามหาศาล โดยขาดการศึกษาที่รอบคอบ รอบด้าน หากมีการศึกษารอบคอบ รอบด้าน คงไม่ลงทุน หรือลงทุน เพราะมีผลตอบแทนมหาศาลหรือไม่ อย่างไร

ประเด็นการซื้อกิจการโรงแรมอาจสร้างราคาหุ้นได้ เพราะออกข่าวการลงทุนเพื่อสร้างราคา แต่จากการตรวจสอบได้พบประเด็นที่เป็นพิรุธเกี่ยวกับการลงทุนซื้อกิจการกลุ่มโรงแรมหลายประการ โดยมีการลงทุนซื้อหุ้นจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 1,600 ล้านบาทเศษ ลงทุนซื้อหนี้จำนวน 800 ล้านบาทเศษ และประเด็นหลักอันเป็นประเด็นสำคัญ คือ โรงแรมฟื้นฟูกิจการ ปี 2558 โรงแรมมีเจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการประมาณ 5,000 ล้านบาทเศษ และรวมหนี้สินอื่นๆ แล้ว รวมหนี้สินทั้งสิ้น 5,200 ล้านบาทเศษ การลงทุนซื้อหุ้น จำนวน 1,600 ล้านบาทเศษ จะเห็นได้ว่าต้องใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 6,600 ล้านบาทเศษ

ทำไมการลงทุนขนาดนี้ไม่มีการขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น หรือหากนำเสนอต่อผู้ถือหุ้นก็จะไม่เป็นไปตามแผนในลงทุนซื้อกิจการโรงแรมที่วางไว้ เกรงกลัวว่า ผู้ถือหุ้นอาจไม่เห็นด้วยกับการที่จะลงทุนซื้อกิจการโรงแรม ดังนั้น จึงใช้วิธีการชี้แจงหลอกลวงผู้ถือหุ้นไปในที่ประชุมทำนองว่า จะนำเงินไปลงทุนเรื่องเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า ตามที่กล่าวมาแล้ว เพราะการออกและเสนอขายหุ้นกู้ 3,000 ล้านบาท เพื่อให้บริษัทมีเงินทุนและสภาพคล่องที่เพียงพอต่อการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการต่างๆ จะนำเงินไปใช้ เรื่องพลังงานทดแทน ไม่เคยมีการอนุมัติให้นำเงินขายหุ้นกู้ 3,000 ล้านบาท ไปลงทุนซื้อกิจการกลุ่มโรงแรมแต่อย่างใด แต่ปรากฏว่าเส้นทางของเงินที่ขายหุ้นกู้จำนวน 3,000 ล้านบาทนั้น ได้มีการนำไปใช้จ่ายในการลงทุนซื้อกิจการโรงแรม และชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ

การซื้อกิจการโรงแรมน่าจะทำให้ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น น่าจะเป็นผลดีกับเม่าเล็กเม่าน้อยรวมทั้งเม่ามีปืนด้วย แต่ผลตอบรับกลับไม่ดีนักครับ เพราะอะไรมาดูกันครับ

การลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยเงื่อนไขการเข้าลงทุนในกิจการโรงแรม กลุ่มผู้บริหารตกลงและรับทราบว่า การเข้าลงทุนในกิจการโรงแรม โครงการให้บริการสปาแบบบอกรับสมาชิก อาคารชุดพักอาศัย และที่ดินที่รอการพัฒนามูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 4,100 ล้านบาทเศษ

โดยจะแบ่งส่วนเงินลงทุน ดังนี้

  1. 1,600 ล้านบาทเศษ ซื้อหุ้นสามัญเดิมทั้งหมดของโรงแรม
  2. 800 ล้านบาทเศษ ซื้อหนี้ ภายใต้แผนการฟื้นฟูกิจการ
  3. 20 ล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทในเครือ
  4. 130 ล้านบาทเศษ ให้กู้ไปชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ
  5. 210 ล้านบาทเศษ ให้กู้ไปชำระหนี้ให้แก่กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมตามแผนฟื้นฟูกิจการ
  6. 1,300 ล้านบาทเศษ ให้กู้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟู

การลงทุนกิจการโรงแรมกรรมการและกลุ่มผู้บริหารน่าจะร่วมกับผู้อื่นกระทำการทุจริต โดยปกปิดข้อเท็จจริงอันควรบอกให้แจ้ง กระทำการหลอกลวงประชาชนและนักลงทุนทั่วไปให้หลงเชื่อซื้อหุ้นกู้จำนวน 3,000 ล้านบาท ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และกระทำการทุจริตแสวงหาผลประโยชน์มิควรได้ โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ทำให้บริษัทได้รับความเสียหายจากการลงทุนซื้อกิจการกลุ่มโรงแรม อันได้แก่ ค่าซื้อหุ้นจำนวน 16,000 ล้านบาทเศษ ซื้อหนี้จำนวน 800 ล้านบาทเศษ ชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการของโรงแรม (ไปซื้อกิจการที่กำลังจะล้มลาย) จ่ายเงินไปแล้วยังเหลือหนี้ที่ต้องชดใช้อีก 600 ล้านบาทเศษ

ซึ่งการลงทุนครั้งนี้ ไม่สามารถสร้างราคาหุ้นให้กระเตื้องหวือหวาได้ เพราะมีกลุ่มผู้ถือหุ้นและนัดลงทุนเริ่มจับตามองว่า เป็นการใช้เงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และไม่ปฏิบัติตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อมีการนำเงินที่ขายหุ้นกู้ได้ไปลงทุนซื้อกิจการโรงแรมจนหมดสิ้น ทำให้ไม่มีเงินที่จะไปลงทุนและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ทำให้จำใจขายบริษัทลูกทิ้งไปในราคาขาดทุน การนำเงินที่ขายหุ้นกู้ไปลงทุนซื้อกิจการกลุ่มโรงแรมมีการว่าจ้างให้บริษัททำการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของโรงแรมโดยใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และทำบันทึกข้อตกลงเพื่อซื้อหุ้นเดิมกับคู่สัญญาโดยบริษัท ไม่เคยมีโครงการและไม่เคยอนุมัติให้ไปดำเนินการแต่อย่างใด คณะกรรมการมีมติยอมรับการทำบันทึกข้อตกลง และอนุมัติในหลักการให้ลงทุนในกิจการกลุ่มโรงแรม   โดยไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเจตนาของการออกหุ้นกู้ที่มีมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น และมีการทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยเงื่อนไขการเข้าลงทุนในกิจการโรงแรมกับผู้บริหารเดิม แม้จะเรียกว่า“กลุ่มผู้บริหาร” แต่ข้อเท็จจริงเป็นกลุ่มเจ้าของและผู้ถือหุ้นและผู้บริหารกิจการโรงแรมเดิมทั้งสิ้น จึงเป็นการสมยอมกันในเรื่องชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการและ ตกลงยอมรับว่าจะแต่งตั้งบริษัทผู้ถือหุ้นเดิม หรือบุคคลที่มอบหมายเป็นผู้จัดการโรงแรม ทำให้บริษัท เสียเปรียบ และทำให้บริษัทลงทุนซื้อกิจการโรงแรมในราคาสูง ซึ่งความจริงผู้บริหารควรต้องเจรจาให้ได้ราคาต่ำถึงจะถูกต้อง แต่กลุ่มผู้บริหารกระทำการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มเจ้าของโรงแรมเดิม ทำให้สามารถขายกิจการโรงแรมได้ราคาที่สูงขึ้น ทั้งที่ กิจการกำลังจะล้มละลาย จึงเป็นเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวังและความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตาม กฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทำให้ บริษัทและผู้ถือหุ้นเสียหาย และมีเจตนากระทำการทุจริตแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองและผู้อื่น กล่าวคือ มีการเอาเงินที่ขายหุ้นกู้ดังกล่าวได้  ไปซื้อกิจการโรงแรม เพื่อช่วยให้บริษัทผู้ถือหุ้นเดิม กับพวกมีเงินไปชำระหนี้ให้กับบริษัทเจ้าหนี้ นำไปซื้อหนี้และรับโอนสิทธิเรียกร้องจากเจ้าหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของกลุ่มผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการโรงแรมเดิม

การกระทำดังกล่าวนั้น แทนที่จะทำให้กิจการบริษัทเจริญเติบโต แต่กลับทำให้บริษัทขาดสภาพคล่อง ไม่สามารถบริหารกิจการให้สามารถชำระหนี้หุ้นกู้ ชำระหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินและทำให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น อันจะสมประโยชน์ของเม่าเล็กเม่าน้อย รวมทั้งเม่ามีปืนแต่อย่างใด กิจการจะเป็นอย่างไร เราจะทำอะไรกับกลุ่มผู้บริหารได้บ้าง เม่ามีปืนเล่ามาถึงขั้นตอนนี้แล้ว แต่ขอจบกรณีศึกษาไว้เท่านี้ก่อนนะครับ

ตอนที่ 3 เม่ามีปืนจะเล่าต่อครับว่า กิจการเป็นอย่างไรและจะนำเสนอ กลยุทธ์จัดการกลุ่มคนโกงต่อไปครับ

เม่ามีปืน

27/5/2564