การลงทุนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (การร่วมลงทุนในกิจการเฉพาะกิจ)
อาชญากรรมทางการเงิน ตอนที่ 6
การลงทุนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (การร่วมลงทุนในกิจการเฉพาะกิจ) (กรณีศึกษาบริษัทฯในตลาดฯ)
อาชญากรรมทางการเงิน (ตอนที่ 6 การลงทุนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน)
บทความตอนเดิม (เม่ามีปืน) เสนอกรณีศึกษาการลงทุนของบริษัทพลังงานทดแทนบริษัทหนึ่ง หลังจากเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์แล้ว เพิ่มทุน ออกหุ้นกู้ และออกตั๋วสัญญาใช้เงินมาสร้างเรื่องราวและปั่นหุ้น เมื่อหมดมุกแล้วใช้กลยุทธในการลงทุนต่าง แต่แทนที่จะทำให้กิจการบริษัทเจริญเติบโต กลับทำให้บริษัทขาดสภาพคล่อง ไม่สามารถบริหารกิจการให้สามารถชำระหนี้หุ้นกู้ ชำระหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินได้ กิจการดิ่งลงเหว เราจะทำอะไรกับกลุ่มผู้บริหารได้บ้าง และนำเสนอกลยุทธจัดการกลุ่มผู้บริหารที่คดโกงไปแล้ว
ในตอนนี้ (เม่ามีปืน) จะขอนำเสนอการลงทุนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
(เม่ามีปืน) ขอเรียนว่า กลยุทธการลงทุนของผู้บริหารมีหลากหลายวิธี ในวันนี้ จะขอนำเสนอวิธีการลงทุน ดังนี้
1.การร่วมลงทุนในกิจการเฉพาะกิจ
การร่วมลงทุนในกิจการเฉพาะกิจส่วนมากบริษัทมหาชนจะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 50 ส่วนที่เหลือจะให้บริษัทร่วมทุนถือหุ้นอีกร้อยละ 50 หรือตามที่ลตกลงกัน เช่น บริษัท A จำกัด (มหาชน) ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง บริษัท B จำกัด ประกอบกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จึงตกลงร่วมทุนกันพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ออกจำหน่ายให้แก่ประชาชนโดยทั่วไป โดยจดทะเบียนบริษัทเฉพาะกิจขึ้นมาและต่างฝ่ายต่างเอาบุคคลของตนเข้าเป็นกรรมการร่วมกัน
หากการร่วมลงทุนในกิจการเฉพาะกิจและจดทะเบียนบริษัทเฉพาะกิจ เพื่อประกอบกิจการอย่างจริงจัง ผลประกอบกิจการของบริษัทย่อยจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทมหาชนเป็นอย่างมาก เพราะหากกิจการขายดีปิดโครงการได้รวดเร็ว การรับรู้รายได้เร็ว ผลประกอบการของบริษัทมหาชนก็ดีด้วย การการร่วมลงทุนในกิจการเฉพาะกิจและจดทะเบียนบริษัทเฉพาะกิจมา การร่วมลงทุนในกิจการเฉพาะกิจและจดทะเบียนบริษัทเฉพาะกิจสามารถสร้างข่าว สร้างราคาหุ้นของบริษัทมหาชนให้เพิ่มสูงขึ้นได้ แต่หากการร่วมลงทุนในกิจการเฉพาะกิจและจดทะเบียนบริษัทเฉพาะกิจมา เพื่อผ่องถ่ายทรัพย์สิน หรือกระจายค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัทมหาชนให้ลดลง แต่ไปเพิ่มในส่วนของบริษัทเฉพาะกิจ การกระทำเช่นนี้จะทำให้ผลประกอบการของบริษัทมหาชนไม่ดี และเงินส่วนมากจะจมไปกับการลงทุนในการร่วมลงทุนในกิจการเฉพาะกิจและจดทะเบียนบริษัทเฉพาะกิจ
โดยส่วนมากบริษัทมหาชนรายใหญ่จะใช้วิธีการเช่นนี้ เพราะการร่วมลงทุนในกิจการเฉพาะกิจและจดทะเบียนบริษัทเฉพาะกิจ ไม่ถูกควบคุมจากสำนักงานกำกับหลักทรัพย์ฯ และสามารถหาช่องทางในการผันเงินจากบริษัทมหาชนไปบริษัทเฉพาะกิจที่ร่วมทุนได้โดยง่าย การร่วมลงทุนในกิจการเฉพาะกิจและจดทะเบียนบริษัทเฉพาะกิจสามารถสร้างข่าว สร้างราคาหุ้นของบริษัทมหาชนให้เพิ่มสูงขึ้นได้ แม้กิจการไม่กำไรไม่เป็นไร แต่คณะกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการซึ่งอาจเรียกได้ว่าตัวแทน ที่นำมาเป็นกรรมการบริหารบริษัทเฉพาะกิจได้รับผลตอบแทนสูงมาก บางบริษัทเฉพาะกิจประกอบกิจการเล็กน้อย แต่กรรมการมีจำนวนมากและจ่ายค่าตอบแทนในอัตราสูง
ซึ่งนักลงทุนทุกท่าน หรือนักธุรกิจโดยทั่วไปที่สนใจลงทุน ร่วมทุนกับบริษัทมหาชนต่างๆ ควรเข้าไปศึกษาให้ถ้วนถี่ เพื่อตรวจสอบความโปร่งใสและผลที่จะได้รับจากการลงทุน
วันนี้ ขอพักการเล่าเรื่องการลงทุนที่มีผลประโยน์ทับซ้อน อันเป็นอาญาชกรทางเศรษฐกิจไว้เท่านี้ครับ
สวัสดีครับ
เม่ามีปืน
27/7/2564