ฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ต้องฟ้องคดีต่อศาลใด
ฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ต้องฟ้องคดีต่อศาลใด
จากบทความก่อนเราทราบกันมาแล้วว่าการยื่นฟ้องคดีต่อศาลนั้น สามารถยื่นฟ้องคดีได้ตาม ๑.ศาลที่มูลคดีเกิด ๒.ศาลที่เป็นภูมิลำเนาของจำเลย วันเราจะมาพูดถึงการฟ้องคดีที่เกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์
“คดีที่เกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์” คืออะไร คำตอบคือคดีที่การใช้สิทธิเรียกร้องที่จะต้องบังคับหรือพิจารณาเกี่ยวด้วยตัวอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิหรือประโยชน์อันเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ เป็นการฟ้องบังคับที่ตัวอสังหาริมทรัพย์เข้ามาเกี่ยวข้องในการที่จะต้องถูกบังคับตามคำขอนั้นด้วย เช่น ฟ้องบังคับให้โอนที่ดิน ฟ้องบังคับจำนอง ฟ้องขอให้เปิดทางภาระจำยอมหรือทางจำเป็น ส่วนสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้น คือ ทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ต้องฟ้องคดีต่อศาลใด? ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔ ทวิ ให้อำนาจผู้ฟ้องคดีเสนอคำฟ้องได้ ดังนี้
๑.ศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตอำนาจศาล เช่น นาย ก. ต้องการฟ้องขับไข่นาย ข. ออกจากตึกที่ให้เช่า ซึ่งตึกที่ให้เช่านั้นอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี นาย ก.จะต้องยื่นฟ้องขับไล่นาย ข. ต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี
๒.ศาลที่เป็นภูมิลำเนาของจำเลย ซึ่งได้เขียนไว้ในบทความก่อน
สรุป การยื่นฟ้องคดีที่เกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัยพ์นั้นสามารถยื่นฟ้อง ได้ ๒ ศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่และศาลที่เป็นภูมิลำเนาของจำเลย
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔ ทวิ "คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิหรือประโยชน์อันเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ ให้เสนอต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาล ไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่ หรือต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๑๓๔/๒๕๑๔ ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านพิพาท เป็นคำฟ้องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เสนอคำฟ้องต่อศาลที่บ้านพิพาทตั้งอยู่ในเขตศาลได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๓๓๔/๒๕๑๗ คำฟ้องเรียกเงินค่าขายที่ดิน มิได้บ่งถึงการที่จะบังคับแก่ตัวทรัพย์คือที่ดินนั้น จึงไม่ใช่คำฟ้องที่เกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิหรือประโยชน์ใดๆ อันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๗๘๓/๒๕๒๗ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องสูญเสียที่ดินของโจทก์ไป จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่ดินที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ มิใช่ของโจทก์ และจำเลยมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยจะมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ว่าที่ดินเป็นของจำเลย และตามคำฟ้องของโจทก์มิได้มีคำขอที่จะบังคับแก่ที่ดินที่พิพาท แต่การที่จะพิจารณาว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ก็จะต้องพิจารณาด้วยว่าที่ดินที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ อันเป็นการพิจารณาถึงความเป็นอยู่แห่งอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๘๐/๒๕๓๒ การที่โจทก์ฟ้องบังคับจำนองแก่ที่ดินที่จำเลยที่ 2 นำมาจำนองประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 นั้น จะต้องพิจารณาว่าโจทก์มีสิทธิบังคับจำนองได้หรือไม่ จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์หรือไม่ และจำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ อันเป็นการพิจารณาถึงสิทธิที่โจทก์จะฟ้องขอให้บังคับจำนอง คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้ แม้จำเลยที่ 1 จะมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเชียงใหม่ก็ตาม แต่เมื่อที่ดินที่จำนองอยู่ที่กรุงเทพมหานคร โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแพ่งซึ่งเป็นศาลที่ทรัพย์ตั้งอยู่ในเขตได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๖๕๗/๒๕๓๒ คดีฟ้องให้ส่งมอบที่ดินตามสัญญาซื้อขาย เป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ ต้องยื่นคำฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่
โดย นายสุกฤษฎิ์ เจริญสมบัติ (ทนายก้อง)