เรื่องคดีความ
โพสต์เมื่อ : 11 เม.ย 2565 เวลา 2:49 น.
ตอนที่ ๑ เรื่องคดีความ
คนเราเมื่อเกิดมาและใช้ชีวิตของตนเองมันมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรามากมาย บางเรื่องก็ผ่านไปไม่นานเราจะลืมมันไป แต่บางเรื่องเกือบทั้งชีวิตแทบจะไม่สามารถลืมมันลงได้ เช่น เรื่องคดีความ ซึ่งโดยทั่วไปมีน้อยคนนักที่จะได้เจอะเจอกับตัวเอง บางคนตลอดชีวิตแทบจะไม่มีคดีความเลย แต่เมื่อเจอกับตัวเองแล้วคงต้องจำจนวันตาย แต่มีคนบางจำพวกได้พบเจอและได้เข้าไปสัมผัสกับคดีความจนเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต เช่น ท่านผู้พิพากษา ทนายความ เจ้าหน้าที่ประจำศาล และบุคคลอื่นๆหลายจำพวก
ซึ่งสำหรับบุคคลทั่วไปแล้วเรื่องคดีความนั้นเป็นเรื่องเร้นลับ เป็นเรื่องที่เข้าถึงและเข้าใจยาก ดังนั้นเพื่อทำให้เรื่องเร้นลับ เรื่องที่เข้าถึงและเข้าใจอยาก ข้าพเจ้า “น้าเณร” ในฐานะทนายความที่ใช้ชีวิตอยู่กับการว่าความในศาลจะนำเอาเรื่องราวต่างๆมาเล่าให้ฟัง โดยวันนี้สิ่งที่น้าเณรอยากจะพูดถึงคือ เรื่องคดีความ มีทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา คดีแรงงาน และอื่นๆ
เรื่องคดีความนั้นไม่เข้าใครออกใครเดินไปบนถนนดีๆอาจสะดุดเจอมันเข้าก็ได้ มันอยู่ในทุกที่ มันเกิดขึ้นได้เกือบตลอดเวลา เช่น บางครั้งขับรถอยู่ดีๆ มีใครก็ไม่รู้ขับมาชนเราจนกลายเป็นคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลกันต่อไป ดังนั้นเมื่อเราได้เจอะเจอกับคดีความโดยที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ เราไม่มีทางเลือกอื่นที่จะหนีมันได้ ก็ต้องศึกษาและทำความเข้าใจกันมัน เพื่อที่จะอยู่และใช้ชีวิตร่วมกับมันต่อไปได้ โดยในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑ ได้ให้นิยามไว้ว่า “ คดี “ หมายความว่า กระบวนพิจารณานับตั้งแต่เสนอคำฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้รับรอง คุ้มครอง บังคับตาม หรือเพื่อการใช้สิทธิหรือหน้าที่ ซึ่งก็คือเมื่อเราต้องการที่จะทำอะไรตามสิทธิที่เรามีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือตามสิทธิและหน้าที่ตามสัญญา หรือเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองมิให้คนอื่นทำให้เกิดความเสียหายในสิทธิที่เรามีอยู่ แต่เราไม่มีอำนาจจัดการได้เองตามกฎหมาย ก็ต้องขอให้คนที่มีอำนาจเป็นผู้จัดการแทน เช่น มีคนมาขอกู้ยืมเงินเราโดยตกลงจะใช้คืน ถึงกำหนดก็ไม่ยอมคืนติดตามทวงถามให้คืนก็เพิกเฉย เราแม้เป็นเจ้าหนี้ก็ไม่สามารถจะไปบังคับเอาเงินคืนเองได้ เนื่องจากไม่มีอำนาจ ทางออกก็คือ ต้องฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้ศาลพิพากษาตัดสินให้ผู้กู้ชำระหนี้ เมื่อศาลพิพากษาแล้วผู้กู้ยังเพิกเฉยเราก็ต้องขอให้ศาลแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้
การเสนอคดีต่อศาลสามารถทำได้ ๒ กรณี คือ การฟ้อง และการยื่นคำร้อง ดังนั้นเมื่อเราต้องการจะใช้สิทธิ หรือจะบังคับตามสิทธิที่เรามีก็ต้องนำคดีมาฟ้องหรือร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำบังคับตามสิทธินั้น คดีจะเริ่มเมื่อมีผู้ฟ้องคดีหรือผู้ร้องต่อศาล การดำเนินการจะต้องมีไปถึงสุดท้ายที่ผู้ฟ้องหรือผู้ร้องขอได้รับผลตามที่ตนขอบังคับหรือร้องขอไว้มิใช่มีความหมายเพียงแค่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเท่านั้น ซึ่งถ้าหากยังมีการบังคับคดีตามคำพิพากษากันอยู่ ก็ยังอยู่ในความหมายของคำว่า ”คดี” ระยะเวลาของคดีนั้นจะสั้นหรือยาวมิได้มีกฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้อาจจะอยู่ที่ความสามารถของทนายความและการวางแผนต่อสู้คดี บางคดีจะยาวถึง ๑๐ ปี ก็ยังไม่จบ บางคดีไม่เกิน ๓ เดือนก็จบ เร็วหรือช้าจะเป็นผลดี แล้วแต่ว่าท่านจะอยู่ฝั่งไหนหากอยู่ฝ่ายผู้ฟ้องคดีก็ต้องการเร็วเพื่อจะได้บังคับให้สมประโยชน์ของท่านเร็วขึ้น หากอยู่ฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดีหรือจะถูกบังคับก็ต้องการให้ช้าที่สุด

ดังนั้นสุดท้าย “น้าเณร” ขอบอกว่าหากใครได้ไปพบไปเจอคดีความไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือของคนรอบข้าง จะมาบอกมาเล่าหรือจะขอคำปรึกษาก็มาคุยกับ ”น้าเณร” ได้ในมุม “กาแฟยามบ่าย” นะคร้าบ