16-การตรวจคำคู่ความ

การตรวจคำคู่ความ

คำคู่ความ หมายความว่า บรรดาคำฟ้อง คำให้การหรือคำร้องทั้งหลายที่ยื่นต่อศาลเพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความ เมื่อเราได้ยื่นคำคู่ความต่อศาล เจ้าพนักงานศาลจะรับคำคู่ความของเราที่ยื่นและศาลมีหน้าที่จะตรวจคำคู่ความของเราโดยศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่อง สั่งรับ หรือไม่รับคำคู่ความนั้น หรือมีอำนาจในการสั่งไม่รับคำฟ้องนั้นได้ การตรวจคำคู่ความของศาลมี ดังนี้

การตรวจคำคู่ความที่ศาลมีอำนาจส่งให้แก้ไขข้อบกพร่องได้

- ตรวจรูปแบบ ตรวจว่าคำคู่ความที่ได้ยื่นต่อศาลนั้นถูกต้องหรือบกพร่องตรงไหน เช่น ไม่ได้ลงลายมือชื่อ

- ตรวจดูถ้อยคำสำนวน ว่าอ่านออกหรือไม่ อ่านไม่เข้าใจ เขียนถ้อยคำฟุ่มเฟือยมากเกินไปหรือไม่

- ตรวจดูเอกสารที่ต้องแนบมากับคำฟ้อง ว่ามีหรือไม่ เช่น ใบแต่งทนายความ หนังสือมอบฉันทะ เป็นต้น แต่เอกสารที่ไม่ต้องแนบมาพร้อมกับคำฟ้อง เช่น หนังสือมอบอำนาจ หนังสือสัญญาต่างๆ บัญชีเครือญาติฯ

- ตรวจในเรื่องของการเสียค่าธรรมเนียม ว่าได้ชำระค่าธรรมเนียมถูกต้องหรือไม่

 

การตรวจคำคู่ความที่ศาลสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องไม่ได้ เนื่องจากบกพร่องจากเนื้อหาตามฟ้อง

- ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย เช่น คำขอบังคับอยู่ในสภาพที่บังคับไม่ได้ หรือฟ้องคดีโดยที่ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลมีอำนาจที่จะไม่รับคำคู่ความนั้นได้

- ฟ้องคดีผิดศาล ศาลสั่งคืนคำฟ้องให้ไปดำเนินการฟ้องใหม่ยังศาลที่มีเขตอำนาจ ผลของคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความ อุทธรณ์ฎีกาได้ทันที

 

ศาลมีอำนาจยกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้องได้ หากเป้นกรณี ดังนี้

- โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่มีอำนาจฟ้อง

- คำฟ้องและคำขอท้ายคำฟ้องศาลไม่สามารถพิพากษาให้ได้ การคืนค่าธรรมเนียมศาล

- หากศาลไม่คำสั่งไม่รับคำฟ้อง ศาลต้องคืนค่าธรรมเนียมศาลให้แก่โจทก์ทั้งหมด

- หากศาลวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้อง เช่นนี้ถือว่าศาลได้วินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีแล้ว ไม่ใช่คำสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความตามมาตรา ๑๘ ศาลไม่ต้องคืนค่าธรรมเนียมศาลแก่โจทก์

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘  ให้ศาลมีอำนาจที่จะตรวจคำคู่ความที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลได้รับไว้เพื่อยื่นต่อศาล หรือส่งให้แก่คู่ความ หรือบุคคลใด ๆ

               ถ้าศาลเห็นว่าคำคู่ความที่ได้ยื่นไว้ดังกล่าวแล้วนั้น อ่านไม่ออกหรืออ่านไม่เข้าใจหรือเขียนฟุ่มเฟือยเกินไป หรือไม่มีรายการ ไม่มีลายมือชื่อ ไม่แนบเอกสารต่าง ๆ ตามที่กฎหมายต้องการ หรือมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วน ศาลจะมีคำสั่งให้คืนคำคู่ความนั้นไปให้ทำมาใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติม หรือชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วน ภายในระยะเวลาและกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ตลอดจนเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้ ถ้ามิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลในระยะเวลาหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก็ให้มีคำสั่งไม่รับคำคู่ความนั้น

               ถ้าศาลเห็นว่าคำคู่ความที่ได้นำมายื่นดังกล่าวข้างต้น มิได้เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกฎหมายที่บังคับไว้ นอกจากที่กล่าวมาในวรรคก่อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าสิทธิของคู่ความหรือบุคคลซึ่งยื่นคำคู่ความนั้นได้ถูกจำกัดห้ามโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายเรื่องเขตอำนาจศาล ก็ให้ศาลมีคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความนั้นไปเพื่อยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ

               ถ้าไม่มีข้อขัดข้องดังกล่าวแล้ว ก็ให้ศาลจดแจ้งแสดงการรับคำคู่ความนั้นไว้บนคำคู่ความนั้นเองหรือในที่อื่น

               คำสั่งของศาลที่ไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรานี้ ให้อุทธรณ์และฎีกาได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 227, 228 และ 247

คำพิพากษาศาลฎีกา

  ฎีกาที่ 9151/2559 ศาลชั้นต้นมีอำนาจที่จะตรวจคำคู่ความที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลได้รับไว้เพื่อยื่นต่อศาล หรือส่งให้แก่คู่ความ หรือบุคคลใด ๆ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคหนึ่ง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนคำฟ้องไปทำมาใหม่โดยใช้แบบพิมพ์ขนาดกระดาษเอ 4 แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่กำหนด ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องได้ตามวรรคสองของมาตรา 18 คำสั่งศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมาย

  ฎีกาที่ 5000/2559 การมอบอำนาจให้นำคดีมาฟ้องเป็นเพียงรายละเอียดแห่งคำฟ้อง มิใช่สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาอันจะต้องแสดงไว้โดยแจ้งชัด ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคหนึ่ง และหนังสือมอบอำนาจก็ไม่ใช่เอกสารที่กฎหมายบังคับให้ต้องแนบมาพร้อมคำฟ้อง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18

                                                                             ทนายสุกฤษฏิ์  เจริญสมบัติ