คดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ต้องยื่นคำร้องต่อศาลใด
คดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ต้องยื่นคำร้องต่อศาลใด
ปัจจุบันสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย 1 อันดับแรกได้แก่ 1. มะเร็ง 2. โรคหลอดเลือดในสมอง 3. ปอดอักเสบ เมื่อมีการเสียชีวิตทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตที่ได้สั่งสมมาย่อมตกถึงทายาทตามลำดับ เมื่อได้จัดพิธีงานศพเสร็จแล้ว ทายาทก็จะมีการตกลงแบ่งทรัพย์สินที่เป็นมรดกของผู้ตาย(กรณีที่สามารถตกลงกันได้) เช่น นาย ก.ตกลงรับที่ดิน นาย ข.ตกลงรับเงินในบัญชี ฯ เมื่อตกลงกันได้ทายาทแต่ละก็ได้ติดต่อเพื่อขอรับโอนที่ดินหรือขอถอนเงินจากบัญชีของผู้ตาย ปรากฏว่าเมื่อไปติดต่อแล้วยังไม่สามารถดำเนินการได้เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้ คราวนี้เราจะมาพูดถึงว่าคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกต้องยื่นต่อศาลใด
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 จัตวา "คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ให้เสนอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย ในกรณีที่เจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร ให้เสนอต่อศาลที่ทรัพย์มรดกอยู่ในเขตศาล"
คดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกผู้ร้องอาจยื่นคำร้องต่อศาลหนึ่งศาลใดดังนี้
(1) ศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย โดยไม่ต้องพิจารณาว่าเจ้ามรดกถึงแก่ความตายในเขตศาลใด และถ้าเจ้ามรดกมีภูมิลำเนาหลายแห่งก็สามารถเลือกยื่นต่อศาลที่มีภูมิลำเนาแห่งใดก็ได้ เช่น นางแดง อยู่ที่นนทบุรีและต่อมาได้เสียชีวิตลง ศาลที่จะต้องยื่นคำร้องของตั้งผู้จัดการมรดกคือศาลจังหวัดนนทบุรี
(2) กรณีเจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร ต้องยื่นต่อศาลที่ทรัพย์มรดกอยู่ในเขตศาล เช่น นางแดง ได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อเมริกาและต่อมาได้เสียชีวิต ซึ่งนางแดงมีบ้านและที่ดินอยู่ที่พัทยา ศาลที่ทายาทจะต้องยื่นคำร้องของตั้งผู้จัดการมรดกคือศาลจังหวัดพัทยา
สรุป ทายาทของเจ้ามรดกสามารถยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ได้แก่ ศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาขณะถึงแก่ความตาย และศาลที่ทรัพย์มรดกอยู่ในเขตศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๙๑๒/๒๕๓๙ แม้ผู้ตายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่จังหวัดพิจิตรและผู้ตายถึงแก่ความตายที่จังหวัดพิจิตร แต่ผู้ตายก็ได้อยู่กินเป็นสามีภริยากับผู้ร้องจนมีบุตรด้วยกันถึง 4 คนที่จังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งผู้ตายได้ซื้อที่ดินไว้ที่จังหวัดสมุทรปราการ แสดงว่าผู้ตายมีบ้านที่จังหวัดสมุทรปราการเป็นสถานที่อยู่อันเป็นแหล่งสำคัญอีกแห่งหนึ่งด้วย บ้านที่จังหวัดสมุทรปราการจึงเป็นภูมิลำเนาของผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 37 ดังนั้น ผู้ร้องจึงมีสิทธิเสนอคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 จัตวา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๑๒๑๖/๒๕๕๘ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกสามราย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกให้เสนอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย" แต่เจ้ามรดกทั้งสามรายมีภูมิลำเนาต่างท้องที่กัน ตามมาตรา 5 บัญญัติว่า "คำฟ้องหรือคำร้องขอซึ่งอาจเสนอต่อศาลได้สองศาลหรือกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลำเนาของบุคคลก็ดี เพราะที่ตั้งของทรัพย์สินก็ดี เพราะสถานที่ที่เกิดมูลคดีก็ดี หรือเพราะมีข้อหาหลายข้อก็ดี ถ้ามูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์หรือผู้ร้องจะเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดศาลหนึ่งเช่นว่านั้นได้" เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าเจ้ามรดกทั้งสามรายมีทรัพย์สินอันเป็นมรดกร่วมกัน ย่อมถือได้ว่าคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกทั้งสามรายดังกล่าวมีมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกันพอที่จะพิจารณารวมกันได้ ผู้ร้องย่อมมีอำนาจที่จะยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกทั้งสามรายต่อศาลชั้นต้นเดียวกัน
โดย นายสุกฤษฎิ์ เจริญสมบัติ (ทนายก้อง)