บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 18 : พยานหลักฐานทั่วไปในคดีแพ่ง
บทความทนายชวนคิด ตอนที่ 18 : พยานหลักฐานทั่วไปในคดีแพ่ง
หลักทั่วไป
พยานหลักฐานนั้นหมายถึง สิ่งที่จะนำมาพิสูจน์ในข้อเท็จจริงของคดี ซึ่งประเภทของพยานหลักฐานนั้นมีอยู่ 4 ประเภท ซึ่งประกอบด้วย พยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ และ พยานผู้เชี่ยวชาญ
พยานบุคคล
ความหมาย หมายถึงพยานบุคคลที่อาศัยถ้อยคำของบุคคลที่เป็นพยานมาเบิกความต่อหน้าศาล เมื่อศาลได้บันทึกถ้อยคำของพยานบุคคลที่ได้เบิกความไปแล้วนั้นจะเรียกว่าคำเบิกความซึ่งจะอยู่ในสำนวนของศาล โดยเอกสารจัดทำคำเบิกความของพยานบุคคลนั้นจะไม่ถือว่าเป็นพยานเอกสาร แต่ถ้าหากว่าเรานำคำเบิกความของพยานบุคคลในคดีอื่นมาใช้เป็นพยานหลักฐานในอีกคดีนึงนั้นเราจะถือว่าคำเบิกความดังกล่าวนั้นเป็นพยานเอกสาร ตาม ฎ. 5197/2558
พยานบุคคลที่นำมาเบิกความนั้นจะต้องสอดคล้องกับพยานเอกสารและพยานวัตถุที่เข้ามาในสำนวนคดีเรื่องใดเรื่องนึงที่กำลังสืบพยาน เพราะถ้าหากว่าพยานเอกสารหรือพยานวัตถุนั้นเข้ามาในสำนวนคดีโดยไม่ได้มีพยานบุคคลมารับรองพยานหลักฐานดังกล่าวนั้นศาลย่อมไม่รับฟังเป็นพยานเอกสาร หรือพยานวัตถุ นั้นเป็นพยานหลักฐาน ยกเว้นพยานเอกสาร หรือพยานวัตถุที่ศาลเรียกเข้ามาในสำนวนเอง
คุณสมบัติและประเภท พยานบุคคลที่ศาลจะรับฟังเป็นพยานหลักฐาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 95 (1) คือ ประการแรกบุคคลทุกคนไม่ว่าเด็กหรือคนแก่ผู้สูงอายุ จะต้องเข้าใจในคำถามและตอบคำถามได้ ประการสอง และบุคคลนั้นจะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับรู้ เห็น ได้ยิน สัมผัส ในเรื่องที่ตัวบุคคลนั้นจะต้องเบิกความนั้นโดยตรง หรืออาจเรียกว่าประจักษ์พยาน หากครบตามสองประการในข้างต้นศาลย่อมรับฟังพยานบุคคลดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในสำนวนคดีได้ แต่ในทางกลับกันหากไม่เข้าเงื่อนไขสองประการข้างต้นศาลย่อมไม่รับฟังพยานบุคคลดังกล่าวเข้าเป็นสำนวนคดี หรือต่อมาพยานบุคคลอีกประเภทหนึ่งนอกจากประจักษ์พยานคือ พยานแวดล้อม คือเป็นพยานชั้นสองโดยหลักแล้วศาลต้องห้ามรับฟังซึ่งอยู่ที่ดุลยพินิจ โดยพยานประเภทดังกล่าวนี้เป็นบุคคลที่ไม่เห็นหรือรับรู้ในข้อเท็จจริงนั้นโดยตรงแต่สามารถเป็นพยานที่ใช้ประกอบกับข้อเท็จจริงหลักนั้นได้ เช่น นาย ก. ขับรถชน นาย ข. นาย ค. เห็นแต่ตอนก่อนชนที่ว่า นาย ก. ขับรถมาด้วยความเร็วสูงแต่ไม่ได้เห็นนาย ก. ขับรถชน นาย ข. นั้นอย่างโดยตรง ซึ่งถือว่านาย ค. คือพยานบอกเล่าหรือพยานแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งหากต้องการให้นำพยานบุคคลดังกล่าวอันเป็นประเภทพยานแวดล้อมเข้าสู่สำนวนคดีก็สามารถทำได้เพราะถือเป็นพยานที่ชอบซึ่งไม่ถือว่าเป็นการนำสืบนอกประเด็นศาลไม่ต้องห้าม ต่อมาพยานบุคคลอีกประเภทหนึ่งนอกจากประจักษ์พยาน คือ พยานบอกเล่า เป็นพยานบุคคลที่ทราบข้อเท็จจริงจากการบอกเล่าของผู้อื่นซึ่งจะต้องมีจุดประสงค์ในการเบิกความให้ศาลนั้นเชื่อด้วย เช่น บุคคลนั้นอาจเป็นคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ หรือไม่เห็นอะไรในเหตุการณ์นั้นเลย แต่ได้ยินเรื่องข้อเท็จจริงนั้นมาจากบุคคลอื่นอีกที ต่อมาพยานบุคคลนั้นนอกจากแยกออกมาเป็นพยานชั้นหนึ่งประจักษ์พยาน หรือพยานชั้นสองพยานแวดล้อมหรือพยานบอกเล่าแล้ว พยานบุคคลนั้นยังมีการแยกประเภทออกมาอีกซึ่งได้แก่พยานคู่ และพยานเดี่ยว พยานคู่นั้น หมายถึงพยานบุคคลที่มีจำนวน 2 คนขึ้นไป ที่เห็นเหตุการณ์เดียวกันทั้งคู่ ส่วนพยานเดี่ยวนั้น หมายถึงพยานบุคคลจำนวน 1 คน หรือคนเดียวที่เห็นเหตุการณ์นั้นโดยตรงคนเดียว โดยหลักแล้วพยานเดี่ยวนั้นจะมีน้ำหนักความน่าเชื่อถือน้อยกว่าพยานคู่ แต่พยานคู่แม้จะน่าเชื่อถือกว่าก็มีข้อควรระวังเพราะว่าจะต้องระมัดระวังในเรื่องพยานคู่เบิกความในข้อเท็จจริงนั้นขัดกันของแต่ละคน
การนำพยานบุคคลเข้าสู่สำนวน เมื่อทนายความรู้แล้วว่าจะนำพยานบุคคลได้มาเบิกความประกอบกับข้อเท็จจริงตามที่ฝ่ายของตนนั้นได้กล่าวอ้าง ทนายความจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเอาพยานหลักฐานต่างๆเข้าสำนวน โดยเมื่อรู้ว่าจะนำบุคคลใดมาเป็นพยานจะต้องระบุถึงบุคคลนั้นในบัญชีระบุพยานพร้อมกับระบุชื่อที่อยู่ หรือหากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐนั้นจะต้องระบุถึงตำแหน่งด้วย แต่ถ้าพยานบุคคลนั้นเป็นบุคคลที่เราจะนำมาเองหรือสามารถพาบุคคลนั้นมาเบิกความต่อศาลได้ก็ไม่จำเป็นจะต้องระบุที่อยู่ก็ได้ แต่ถ้าจะมาระบุชื่อที่อยู่ในวันขอออกหมายเรียกพยานบุคคลนั้นย่อมไม่ชอบ ศาลย่อมไม่รับบัญชีระบุพยานดังกล่าวได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 88 เพราะเป็นบัญชีระบุพยานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
พยานเอกสาร
ความหมาย หมายถึงพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ข้อความที่ปรากฏอยู่ในวัตถุรองรับนั้น เช่นข้อความอยู่ในหนังสือสัญญา หรือข้อความอยู่ในโฉนดที่ดิน หรือข้อความอยู่ในสมุดบัญชี ซึ่งวัตถุที่รองรับข้อความดังกล่าวนั้นไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือข้อความที่อยู่ในวัตถุรองรับนั้น ในกรณีที่นำข้อความมาจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นำข้อความออกมาใช้จากวัตถุรองรับดังกล่าวนั้นก็ถือว่าข้อความดังกล่าวนั้นเป็นพยานเอกสาร แม้จะนำข้อความจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นั้นมาใส่ในกระดาษปล่าวก็ตาม
แต่ในมุมกลับกันนั้นถ้าหากว่าไม่ได้สนใจในตัวข้อความแต่สนใจในตัววัตถุที่รองรับข้อความนั้นแทน จะเรียกว่าพยานวัตถุ ในกรณีที่ภาพถ่ายไม่ได้แสดงถึงข้อความแต่แสดงให้เห็นถึง คนร้าย คนบาดเจ็บ รถชนเสียหาย หรือสถานที่เกิดเหตุ หรือวัตถุสิ่งของ ย่อมถือว่าภาพถ่ายดังกล่าวนั้นเป็นพยานวัตถุ หรือถ้าภาพถ่ายนั้นแสดงให้เห็นถึงภาพถ่ายสัญญากู้ก็ย่อมถือว่าภาพถ่ายดังกล่าวนั้นเป็นพยานเอกสาร
หรือนอกเหนือจากภาพถ่ายที่อาจเป็นคลิปวิดิโอหรือภาพเคลื่อนไหว ถ้าการต้องพิสูจน์ถึงบุคคล สถานที่ สิ่งของ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับข้อความในคลิปวิดิโอนั้น ก็ถือว่าเป็นพยานวัตถุ แต่ถ้าต้องการพิสูจน์ว่าสื่อสารอะไรกันในคลิปวิดิโอเช่นตกลงทำสัญญาพูดกันเรื่องอะไรถือว่าคลิปวิดิโอดังกล่าวนั้นเป็นพยานเอกสาร ดังนั้นเมื่อคลิปวิดิโอนั้นสามารถเป็นได้ทั้งพยานวัตถุหรือพยานเอกสาร ในทางปฏิบัติศาลนั้นมักจะตีความให้เป็นพยานวัตถุเพราะถ้าหากพยานเอกสารนั้นจะต้องส่งสำเนาให้แก่คู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 90 ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้มีโอกาสในการตรวจสอบความถูกต้องของสำเนาดังกล่าวซึ่งหากไม่ถูกต้องจากต้นฉบับย่อมมีโอกาสในการคัดค้านเอกสารดังกล่าวได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 125 เช่นอาจคัดค้านเพราะวิดิโอดังกล่าวนั้นอาจมีการถูกตัดต่อซึ่งฝ่ายที่คัดค้านนั้นจะต้องพิสูจน์ในสิ่งที่ตัวเองนั้นได้คัดค้านไปโดยใช้พยานผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์โดยต้องเสียเวลาเงินและศาลก็ไม่อยากตัดพยานหลักฐานดังกล่าวออกจากสำนวนคดีจึงมักตีความคลิปวิดิโอดังกล่าวนั้นเป็นพยานวัตถุเพื่อตัดปัญหาตามข้างต้น
ประเภทของพยานเอกสาร ประเภทแรกได้แก่พยานโดยตรง คือ เอกสารที่เห็นถึงข้อเท็จจริงนั้นโดยตรง เช่นสัญญากู้ ประเภทสองได้แก่พยานบอกเล่า คือ เอกสารที่ไม่ได้เห็นถึงข้อเท็จจริงนั้นโดยตรง เช่น บันทึกคำให้การของประจักษ์พยานอันเป็นพยานบุคคลในชั้นสอบสวนหากอัยการไม่เอาประจักษ์พยานดังกล่าวมาเบิกความแต่เอาบันทึกคำให้การนั้นมาใช้เอกสารดังกล่าวก็ย่อมถือว่าเป็นพยานบอกเล่า
ต่อมาพยานเอกสารนั้นนอกจากประเภทดังกล่าวข้างต้นแล้วยังแบ่งออกย่อยได้อีก คือพยานเอกสารชั้น 1 คือ เอกสารต้นฉบับ และพยานชั้น 2 คือสำนำเอกสารจากต้นฉบับ ซึ่งต้นฉบับของเอกสารนั้นถือเป็นพยานเอกสารชั้น 1 ที่ดีที่สุดเนื่องจากพยานเอกสารนั้นเราต้องการสืบให้เห็นข้อเท็จจริงในประเด็นแห่งคดี ในส่วนของข้อความ ซึ่งโอกาสในการคัดค้านแทบไม่มีเหมือนพยานบุคคล ดังนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 จึงเปิดโอกาสให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้ตรวจสอบเอกสารดังกล่าวโดยผู้อ้างเอกสารดังกล่าวนั้นจะต้องส่งสำเนาเอกสารตามที่ตัวเองอ้างไว้ในบัญชีระบุพยานให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง และยื่นสำเนาต่อศาลอีกฉบับหนึ่ง โดยเมื่อยื่นเอกสารต่อคู่ความและศาลแล้วย่อมเปิดโอกาสให้คู่ความนั้นสามารถคัดค้านความไม่ถูกต้องของสำเนาเอกสารดังกล่าวได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 125
การนำพยานเอกสารเข้าสู่สำนวน เมื่อทนายความนั้นจะอ้างเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานแล้วนั้นจะต้องอ้างเอกสารดังกล่าวไว้ในบัญชีระบุพยาน และส่งเอกสารสำเนาตามที่ได้อ้างไว้ในบัญชีระบุพยานแก่ศาล และคู่ความฝ่ายตรงข้าม และในการสืบพยานนั้นจะต้องมีพยานบุคคลนั้นมาเบิกความรับรองเอกสารดังกล่าวด้วย
พยานวัตถุ
ความหมาย คือตัววัตถุหรือสิ่งของสิ่งใด ที่จะพิสูจน์ต่อศาล โดยการตรวจซึ่งไม่ใช่การอ่านข้อความ เช่นตรวจดู บาดแผล อาวุธ ภาพถ่าย สถานที่ เป็นต้น หรืออาจตรวจด้วยการรับฟังก็ได้ เช่นรับฟังเสียงที่มีการบันทึกไว้เป็นต้น หรืออาจตรวจด้วยการดูการฟังทั้งภาพและเสียง เช่นคลิปวิดิโอที่มีทั้งภาพและเสียง
ประเภทของพยานวัตถุ พยานวัตถุนั้นอาจเป็นพยานโดยตรงได้ เช่น ปืนที่ใช้ยิงผู้เสียหายนั้นโดยตรง หรือพยานวัตถุนั้นอาจเป็นพยานแวดล้อมก็ได้ เช่น ไม่เจอปืนแต่เจอกระสุนปืนที่ยิงผู้เสียหาย หรือพยานวัตถุนั้นอาจเป็นพยานบอกเล่าก็ได้ เช่นคลิปวิดิโอที่มีภาพและเสียงประกอบเป็นต้น หรือพยานวัตถุนั้นอาจเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้ เช่นสุนัข
การนำพยานวัตถุเข้าสู่สำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 128 กำหนดไว้ว่าจะต้องนำพยานวัตถุนั้นมาที่ศาล ซึ่งถ้าหากไม่สามารถนำมาได้ต้องไปสืบพยาน ณ ที่ วัตถุนั้นตั้งอยู่ก็ได้ โดยหากไม่จำเป็นต้องลงไปสืบในพื้นที่วัตถุนั้นตั้งจริงๆก็ไม่จำเป็นจะต้องลงไปสืบในพื้นที่ก็ได้ โดยอาจใช้วิธิอื่นก็ได้ เช่นภาพถ่าย หรือพยานบุคคลสืบแทนได้ เป็นต้น
นายพีรกร สุขสุเมฆ
ผู้เขียน
ทนายความ