เหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลที่มีเขตอำนาจ
เหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลที่มีเขตอำนาจ
เมื่อได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลใด ศาลที่ได้ยื่นฟ้องคดีนั้นมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนั้น แต่บางครั้งอาจเกิดเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลที่ยื่นฟ้องนั้นได้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 10 ได้บัญญัติให้คู่ความฝ่ายที่เสียหายหรืออาจจะได้รับความเสียหายนั้น ยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลชั้นต้น ซึ่งตนมีภูมิลำเนาหรืออยู่ในเขตศาลขณะนั้นได้ เพื่อขอให้ศาลนั้นมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควร
หลักสำคัญในการยื่นคำขอตามมาตรานี้
- ต้องเป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น (เหตุสุดวิสัย หมายถึง เหตุใดๆที่ไม่อาจจะดำเนินการได้)
- คู่ความฝ่ายที่เสียหายหรืออาจจะเสียหายสามารถยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่อยู่ขณะนั้นก็ได้
- เหตุที่ยื่นเพราะคู่ความฝ่ายที่เสียหายหรือได้รับความเสียหาย ไม่สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นที่มีเขตอำนาจในคดีนั้นได้
- ศาลที่รับคำร้องมีอำนาจสั่งตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ตัวอย่างคำร้อง
ข้อ ๑. คดีนี้อยู่ระหว่างพิจารณาคดีของศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งศาลจังหวัดนนทบุรีได้โปรดนัดไกล่เกลี่ย ชี้สองสถาน หรือนัดสืบพยานโจทก์ ในวันนี้
ข้อ ๒. เนื่องด้วยผู้ร้องได้เดินทางมาว่าความที่ศาลจังหวัดลำปาง ระหว่างเดินทางเพื่อที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี รถยนต์ของผู้ร้องเกิดอุบัติเหตุชนกับขอบกันถนน ทำให้รถของผู้ร้องยางฉีกขาด ล้อแม็กแตก ทำให้ผู้ร้องไม่สามารถเดินทางเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดนนทบุรีได้ จึงขอศาลจังหวัดกำแพงเพชร ได้โปรดมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตมที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 10 ถ้าไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นได้โดยเหตุสุดวิสัย คู่ความฝ่ายที่เสียหายหรืออาจเสียหายเพราะการนั้นจะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ซึ่งตนมีภูมิลำเนาหรืออยู่ในเขตศาลในขณะนั้นก็ได้ และให้ศาลนั้นมีอำนาจสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1643/2545
ตามคำร้องขอเลื่อนคดีของทนายโจทก์อ้างว่า ทนายโจทก์ไม่สามารถมาศาลได้เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้เดินทางกลับจากการทำธุรกิจที่จังหวัดเชียงใหม่เสียกะทันหันและอยู่ไกลร้านซ่อมรถไม่สามารถซ่อมรถได้ทันทนายโจทก์จึงไปที่ศาลจังหวัดฝาง เมื่อเวลาประมาณ 14 นาฬิกา เพื่อยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นได้โดยเหตุสุดวิสัย โจทก์จึงยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดฝางในขณะนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 10 และเป็นอำนาจของศาลจังหวัดฝางที่จะต้องพิจารณาสั่งคำร้องของทนายโจทก์ว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตตามคำร้อง
ศาลจังหวัดฝางมีคำสั่งในคำร้องของทนายโจทก์ว่าจัดการให้ แม้จะไม่ชัดแจ้งว่าอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีแต่ต้องถือเป็นคำสั่งที่อนุญาตให้เลื่อนคดีไปได้โดยปริยายถือได้ว่าโจทก์ได้ร้องขอเลื่อนคดีก่อนลงมือสืบพยานและศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ดังนั้นที่โจทก์ไม่ไปศาลชั้นต้นในวันสืบพยานจึงมิอาจถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคู่ความทั้งสองฝ่ายขาดนัดพิจารณาและจำหน่ายคดีก่อนทราบคำสั่งของศาลจังหวัดฝางดังกล่าว จึงเป็นการสั่งไปโดยผิดหลงต้องถือว่ามีกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในศาลชั้นต้นที่ต้องสั่งเพิกถอนแล้ว เมื่อศาลจังหวัดฝางส่งคำร้องของทนายโจทก์และคำสั่งให้ศาลชั้นต้นทราบทางโทรสารศาลชั้นต้นจึงชอบที่สั่งเพิกถอนคำสั่งที่ผิดหลงนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1644/2519
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งที่สั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและให้จำหน่ายคดีโดยอ้างว่าการที่โจทก์ไม่ไปศาลในวันสืบพยานโจทก์นั้น ทนายโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีแล้ว เพียงแต่มิได้ยื่นต่อศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดเลย)โดยตรง เพราะทนายโจทก์ป่วยอยู่ที่จังหวัดหนองคาย จึงได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีต่อศาลจังหวัดหนองคายเพื่อให้ส่งคำร้องไปยังศาลชั้นต้นอีกต่อหนึ่ง ดังนี้ เป็นกรณีที่โจทก์อ้างว่าโจทก์มิได้ขาดนัดพิจารณาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 197 วรรคสองโจทก์จึงมีสิทธิที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและหากฟังได้ว่าโจทก์ได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มารศาลเสียก่อนลงมือสืบพยานดังโจทก์อ้าง ก็จะถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและจำหน่ายคดีของโจทก์ตามมาตรา 201 ไม่ได้ ฉะนั้น เมื่อศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดี โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้
วันนัดสืบพยานโจทก์ (นัดแรก) ทนายโจทก์ป่วยอยู่ที่จังหวัดหนองคายเนื่องจากทอนซิลอักเสบและแพทย์ให้ความเห็นว่าสมควรหยุดพักรักษาตัว ซึ่งถ้าทนายโจทก์ป่วยอยู่ที่จังหวัดเลยอันอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นแล้วทนายโจทก์ก็ต้องร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่ไปศาลให้ศาลชั้นต้นทราบเสียก่อนลงมือสืบพยาน คดีนี้นัดสืบพยานโจทก์ไว้เวลา 9 นาฬิกา ปรากฏว่าคำร้องขอเลื่อนคดีของทนายโจทก์ซึ่งยื่นต่อศาลจังหวัดหนอกคาย โดยอาศัยบทบัญญัติมาตรา 10 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น พนักงานรับฟ้องขอศาลจังหวัดหนองคายลงรับไว้เวลา 10.00 นาฬิกา แต่ศาลชั้นต้นได้รออยู่จนเวลา 10.05 นาฬิกา จึงได้สั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ดังนั้น จะถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาไม่ได้ เพราะกรณีดังกล่าวถือว่าโจทก์ได้ร้องขอเลื่อนคดีก่อนลงมือสืบพยานแล้ว
(วรรค 2 วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2519)
ทนายสุกฤษฏิ์ เจริญสมบัติ