3

หลังจากเมื่อตอนกลางคืนที่ผมกับเฮียตี๋นั่งซดเบียร์กันที่รีสอร์ทริมแม่น้ำปาย ต่างคนต่างเมาต่างคนต่างหลับไม่รู้เผลอหลับไปตอนไหน ตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลา 8 โมงเช้า ผมกับเฮียตี๋ก็ออกเก็บของออกเดินทางมุ่งหน้าไปอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ วัดดอยแม่ปั๋งคือเป้าหมายหลักที่ผมกับเฮียตี๋ต้องไปให้ถึงวันนี้ ตั้งใจว่าจะไปสักการะหลวงปู่แหวน สุจิณโณพระป่าสายหลวงปู่มั่น แม้ว่าท่านจะละสังขารไปนานแล้วก็ตามแต่ปฏิปทาแนวปฏิบัติของท่านก็ยังเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาสำหรับผมเสมอมา ส่วนเฮียตี๋แกก็ไปตามผม พูดง่ายๆว่าผมไปไหนแกก็ไปด้วย เหตุที่ผมมีความเคารพและเลื่อมใสในแนวปฏิบัติของพระป่าสายหลวงปู่มั่น เพราะผมมีคำถามในใจเสมอว่า ชีวิตของเรานั้นมีมติที่กว้างและลึก ในมติที่กว้างนั้นผมมองว่าการเดินทางไปในที่ต่างๆช่วยหาคำตอบในใจผมได้ เช่น บางคนได้ไปเที่ยวรอบประเทศ บางคนได้เดินทางรอบโลก บางคนได้ไปเหยียบแม้กระทั่งบนดาวดวงอื่น เขาคงจะได้เห็นโลกและชีวิตในมติที่กว้างออกไป แต่ในมติที่ลึกนั้นผมยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะได้เห็นหรือถึงจะเข้าใจได้ ในมติที่การเดินทางของคนและเท็คโนโลยีไปไม่ถึงแต่ผมกลับรู้สึกว่าการเจริญสติขั้นสูงและการปฏิบัติตนเพื่อถอยห่างจากสิ่งอันเป็นที่เกิดบ่อเกิดของความอยากความวุ่นวายทั้งหลายน่าจะได้คำตอบในใจผมบ้าง และผมก็เชื่อลึกๆว่าในมติที่ลึกของชีวิตหรือที่อาจเรียกว่าความสงบทางจิตนั้นมีความลึกและละเอียดมากไม่อาจอาศัยการเดินทางไปในที่ต่างๆเพื่อค้นพบได้ ต้องอาศัยการเจริญภาวนาเพียงทางเดียวเท่านั้นเพื่อหาคำตอบ ผมอยากรู้และสงสัยว่าคนที่เขาปฏิบัติภาวนามากๆ ที่เรียกได้ว่าปฏิบัติขั้นสูงๆขึ้นไปนั้นเขาวางจิตวางใจ วางอารมณ์ความรู้สึกเขาไว้อย่างไร วางไว้ตรงไหน การดำเนินไปของเวทนาเป็นไปอย่างไร

ในขณะที่ความคิดของผมวิ่งพร่านไปพร้อมกับการขับรถ และเป็นการขับรถที่สองข้างทางมีแต่เหวลึกหากเสียหลักพลัดตกลงไป ผมคงต้องไปหาคำตอบในสิ่งที่ผมสงสัยในชาติหน้า ถ้าหากชาติหน้ายังมีอยู่จริงและผมได้เกิดเป็นคนอีกครั้ง จู่ๆเฮียตี๋ก็ถามผมขึ้นมา เป็นการสยบความเงียบในรถเป็นครั้งแรกหลังจากที่ผมขับรถมาเกือบสองชั่วโมง

แกถามผมขึ้นมาว่า เออ...อั้วถามหน่อย เพื่อนอั้วมันไปมีเรื่องกับญาติๆ มันเล่าว่าตอนแรกมันก็ไปตั้งบริษัทกันซื้อที่ดินมาเพื่อพัฒนาขายหรือบางทีก็ซื้อมาขายต่อเอากับไร แต่ทำไปได้พักเดียวก็ขัดแย้งกันเองความเห็นไม่ตรงกันเลยเลิกทำ แต่ที่ดินยังหลืออยู่หลายแปลงที่ยังไม่ได้ขาย หลังโฉนดเป็นชื่อบริษัท แบบนี้จะจัดการกับที่ดินพวกนั้นยังไงดีลื้อพอมีความเห็นมั๊ย

แล้วบริษัท ใครเป็นกรรมการครับเฮีย ผมถามแกพร้อมกับเลี้ยวรถแวะเข้าร้านกาแฟเพื่อเติมคาเฟอีนสักแก้ว เพราะเริ่มง่วงๆจากการขับรถและถือโอกาสพักยืดเส้นยืดสายด้วย

แกส่งรูปเอกสารต่างๆจากไลน์ในโทรศัพท์มือถือของแกเข้าไลน์ผม เอ้าเอกสารอยู่ในนี้หมดเลย

ผมเปิดดูเอกสารพร้อมกับสอบถามรายละเอียดจากแกไปด้วย ก็ทราบว่าเพื่อนของแกไม่ได้เป็นกรรมการบริษัท แต่ให้หลานซึ่งเป็นฝ่ายญาติฝ่ายเมียแกเป็นกรรมการบริษัทคนเดียว ส่วนผู้ถือหุ้นก็มีตัวแก หลานและญาติๆฝ่ายเมียแกนั่นแหละถือหุ้นร่วมกัน

ผมดูเอกสารแล้วตามหนังสือรับรองบริษัทเห็นว่ามีการจดทะเบียนเลิกบริษัท และ จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีไปแล้วนะครับเฮีย เขาคงจะแบ่งเงินแบ่งทรัพย์สินกันไปแล้วมั้ง

แต่เอ๊ะ ทำไมหลังโฉนดนี่มันยังเป็นชื่อบริษัทอยู่ล่ะ

ก็นั่นแหละคือปัญหาคือไอ้หลานแกคนนั้นมันไปจดทะเบียนเลิกบริษัทแล้ว และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีไปแล้ว

อ้าว...แล้วปัจจุบันใครใช้ประโยชน์ในที่ดินล่ะครับเฮีย

ได้ข่าวว่าไอ้หลานที่เป็นกรรมการนั่นแหละใช้ประโยชน์ มันปลูกยางพาราอยู่เต็มพื้นที่ และที่ดินน่าจะร่วมสี่ถึงห้าร้อยไร่เลยนะ

แล้วเฮียถามผมนี่อยากได้แค่คำตอบหรือจะให้ผมช่วยอะไรยังไงหรอ

ถ้าลื้อมีทางออกอั้วจะให้ลื้อไปเป็นทนายช่วยเพื่อนอั้วคนนี้หน่อย

อื่ม ... ทางออกก็มีครับเฮีย เอาเป็นว่างานนี้หลานของเพื่อนเฮียคนที่เป็นกรรมการจองวัดได้เลย

ประการแรก ฟ้องคดีแพ่งเพื่อเพิกถอนการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีก่อนเลย เพราะการชำระบัญชีไม่ชอบด้วยกฎหมายแน่นอน ที่ดินยังเป็นชื่อบริษัทอยู่ตามกฎหมายต้องนำมาขายเพื่อชำระบัญชีด้วยเพราะเป็นทรัพย์สินของบริษัท และที่สำคัญผมเชื่อว่าการจดทะเบียนเลิกบริษัทและจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีไม่ได้ประชุมผู้ถือหุ้นกันจริงๆหรอกครับ เพราะถ้ามีการประชุมผู้ถือหุ้นกันจริงถ้ามีที่ดินเหลืออยู่ยังไม่ชำระบัญชีผู้ถือหุ้นคงไม่ยอมให้มีการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแน่นอน ผมมั่นใจว่าหลานเมียเพื่อนเฮียคนนี้ต้องไปงุบงิบทำเอกสารกันเองและไปทำเอกสารเท็จจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่แน่นอน ดังนั้นยื่นฟ้องคดีแพ่งไปศาลก็จะพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเพื่อจะได้มีการชำระบัญชีกันใหม่ให้ถูกต้อง

ประการที่สองหากอยากจะเจรจากับหลานคนนั้นให้อำนวยความสะดวกให้มีการชำระบัญชีกันอย่างแฟร์ๆก็ฟ้องคดีอาญาด้วยเลยครับ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 และ มาตรา 268 และนอกจากนี้สิ่งที่หลานเมียเพื่อนเฮียทำไป ยังเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัดสมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 มาตรา 42 (2) อีกด้วย

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 “ผู้ใดแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสามหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 “ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรือมาตรา ๒๖๗ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือ ประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ

ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น หรือเป็นผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความนั้นเองให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว”

พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัดสมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 มาตรา 42 “บุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด กระทำหรือยินยอมให้กระทำการดังต่อไปนี้
(1) ..............
(2) ลงข้อความเท็จ หรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชี หรือเอกสารของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท หรือที่เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท


ถ้ากระทำหรือยินยอมให้กระทำการเพื่อลวงให้ห้างหุ้นส่วน บริษัท ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

เห็นมั๊ยล่ะครับเฮีย การไปจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีที่เป็นความเท็จเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 และมาตรา 268 เพราะเป็นการแจ้งให้นายทะเบียนจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารของทางราชการ อะไรที่เป็นเท็จก็ไปแจ้งว่าบริษัทไม่มีทรัพย์ใดๆแล้ว ไม่มีหนี้ใดด้วย ทำให้นายทะเบียนหลงชื่อรับจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีให้ แต่ความจริงบริษัทยังมีทรัพย์สินคือที่ดินอยู่ยังไงล่ะ

และนอกจากความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าวแล้ว ยังเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัดสมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 มาตรา 42 อีกด้วย เพราะเอกสารต่างๆที่จัดทำนั้น เช่น คำขอจดทะเบียน คำรับรอง หรืออะไรต่างๆเป็นเอกสารของบริษัททั้งกรรมการก็เป็นบุคคลผู้มีหน้าที่ในการจัดการงานของบริษัทเมื่อทำเอกสารของบริษัทเป็นเท็จทั้งไอ้ที่ทำไปน่ะก็เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเสียประโยชน์เพราะแทนที่ผู้ถือหุ้นจะได้เงินจากการชำระบัญชีถ้าเอาที่ดินมาขายเพื่อชำระบัญชี แต่เขาก็ไม่ได้สิทธิดังกล่าว ถือว่าผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ ก็เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัดสมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 มาตรา 42 ที่มีโทษจำคุกถึง 7 ปีเลยนะครับเฮีย โอคๆอั้วเข้าใจแล้วกลับไปถึงกรุงเทพอั้วจะนัดเขามาให้ลื้อจัดการให้ด้วย เพื่อนอั้วคนนี้สนิทกับอั้วมาก ดูแลเขาดีๆหน่อยนะ

ได้ครับเฮีย ว่าแต่วันนี้เราจะไปกินเบียร์ที่ไหนดีล่ะ

ก็แล้วแต่ลื้อเลยอั้วยังไงก็ได้

โอเค งั้นไปไหว้พระก่อน ส่วนเรื่องกินเบียร์ค่อยว่ากัน

ผมกับเฮียตี๋ไปถึงวัดประมาณบ่ายโมง วัดดอยแม่ปั๋งแม้จะเป็นวัดที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง แต่เป็นวัดเล็กๆและเงียบสงบดีมาก หากใครก็ตามอยากจะเห็นร่องรอยแห่งธรรมของหลวงปู่แหวน พระป่าสายหลวงปู่มั่นผมแนะนำว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆควรไปสักการะสักครั้ง อีกทั้งบรรยากาศสองข้างทางระหว่างเดินทางไปวัดก็เป็นป่า เป็นทุ่งนา ขับรถไปได้ชื่นชมบรรยากาศสองข้างทางไปทำให้จิตใจสงบขึ้นมากจริงๆ

โดย ชอลิ้วเฮียง (ทนายนำชัย พรมทา)