บทความที่47คนกับสัตว์II

คนกับสัตว์ ตอนที่ 2

            เรามาต่อกันเรื่องของคู่กรณีทั้งสามฝ่าย ระหว่าง เจ้าของสุนัข เจ้าของรถยนต์ และเด็ก

            จากบทความก่อน (บทความที่ 46) หลายคนอาจอยากทักท้วงว่าหากเจ้าของสุนัขสามารถพิสูจน์ได้ว่าตนนั้นได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวัง ได้จริงแล้ว ตัวของเจ้าของรถยนต์จะไม่ได้รับความเป็นธรรม

            อย่าลือว่า ในกรณีนี้ ผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายในครั้งนี้ คือการที่เด็กปล่อยสุนัขออกจาการควบคุมดูแลของเจ้าของ ซึ่ง ตามมาตรา 433[1] หากเจ้าของหรือผู้รับเลี้ยงรับรักษาไม่มีความผิดตามมาตรา 433 วรรคแรก แล้วนั้น ผู้ต้องรับผิดในการนี้คือ ‘ผู้มาเย้าหรือมายั่วสัตว์’แต่ความรับผิดนั้นจะไม่ใช่กรณีตามมาตรา 433 วรรสอง หากแต่เจ้าของรถยนต์จะต้องเรียกร้องกับตัว ‘ผู้มาเย้าหรือมายั่วสัตว์’ นั้นเองโดยตรง โดยอาศัยตามหลักกฎหมายละเมิดทั่วไปในมาตรา 420

            แต่ ‘ผู้มาเย้าหรือมายั่วสัตว์’ ในกรณีนี้เป็นเด็กนะ ยังถือว่าเป็น ผู้เยาว์[2] อยู่เลย อีกอย่าง ถ้าหากเด็กทำผิดก็ไม่ต้องรับโทษนิ แล้วอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบละ ?

            จริงอยู่แม้เด็กที่กระทำผิดจะไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่อาจต้องมีความรับผิดในฐานะเป็นผู้กระทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดจงใจ หรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”

            ส่วนบิดามารดา หรือผู้ปกครองจะต้องรับผิดร่วมกับเด็กนั้นด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์มาตรา 429 ที่บัญญัติว่า “บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์ หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิด ในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดา หรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น” (คำพิพากษาที่ 13789/2555 คำพิพากษาที่ 9774/2544)

            ดังนั้น การที่เด็กและเยาวชน หากได้กระทำความผิดทางอาญา แม้จะไม่ต้องรับโทษอาญาตามกฎหมาย แต่ยังต้องรับผิดในทางแพ่ง และบิดามารดา หรือผู้ปกครองจะต้องร่วมรับผิดกับเด็กด้วย เว้นแต่จะใช้ความระมัดระวังในการดูแลเด็กแล้ว จึงเป็นอุทาหรณ์ให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองเด็กทั้งหลายที่จะต้องระมัดระวังดูแลเด็กในการปกครองของตนเป็นอย่างดี เพราะมิฉะนั้น จะต้องเป็นคดีความทั้งในทางแพ่งและทางอาญาได้[3]

 

สัตวทนาย (สัตว์-แพทย์-ทนาย)


[1] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 “ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่าเจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่สัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น
              อนึ่ง บุคคลผู้ต้องรับผิดชอบดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นอันมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้น ๆ ก็ได้”

[2]  ผู้เยาว์ หมายถึง บุคคลผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ การบรรลุนิติภาวะ หรือ การพ้นจากภาวะผู้เยาว์มีได้ 2 กรณี คือ (1) อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ (2) อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ แต่ได้ทำการสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย คือ สมรสเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว หรือเมื่อศาลอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้

[3] หากเด็กผู้เยาว์ทำผิดกฎหมายใครต้องติดคุก. สืบค้นออนไลน์ https://www.settaluck.legal/family-law/%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%8E-2/