บทความที่38การตายI

การตาย ตอนที่ 1

            คุณว่าการตายคืออะไร

            หลายคนอาจบอกว่าการตายคือจุดสิ้นสุดของชีวิต บางคนอาจบอกว่ามันคือการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งสำหรับชีวิตหลังความตาย บางคนอาจบอกว่าเป็นการสิ้นบุญสิ้นกรรมต่อกัน และหลายคนบอกว่ามันคือ วัฏจักร

            แต่ในทางกฎหมายนั้น การตาย หรือ การสิ้นสภาพบุคล หมายถึง ความเป็นบุคคลสิ้นสุดลง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 15 กำหนดให้สภาพบุคคลสิ้นสุดลงเมื่อตาย ดังนั้น บุคคลธรรมดาจะสิ้นความเป็นบุคคลได้ก็โดยความตายเท่านั้น

            การตายของบุคคลธรรมดาที่มีผลทำให้สภาพบุคคลสิ้นสุดลง กฎหมายรับรองการตายไว้ 2 กรณี คือ การตายโดยธรรมชาติ และการตายโดยผลของกฎหมาย

            โดยการตายโดยธรรมชาติ คือ การตายตามลักษณะธรรมชาติของมนุษย์ โดยถือเอาระบบหายใจหยุดทำงาน กล่าวคือ หัวใจหยุดเต้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะป่วยตาย ถูกฆ่าตาย หรือประสบอุบัติเหตุตาย ก็ถือว่าเป็นการตายโดยธรรมชาติทั้งสิ้น ในกรณีที่มีบุคคลใดตาย กฎหมายบังคับให้มีการแจ้งตายโดยกำหนดให้เจ้าบ้านหรือผู้ที่พบศพ ต้องไปแจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. 2499 มาตรา 14

การตายของบุคคลย่อมเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ไม่มีใครทราบได้ล่วงหน้า ดังนั้นจึงอาจเกิดกรณีมีบุคคลหลายคนตายร่วมกันในเหตุการณ์เดียวกันได้ เช่น รถคว่ำ เรือล่ม เครื่องบินตก ในกรณีที่มีคนตายหลายคนร่วมกันในลักษณะนี้ บางครั้งไม่สามารถจะบอกได้ว่าใครตายก่อนตายหลัง ซึ่งการตายของบุคคลย่อมมีความสำคัญต่อสิทธิการรับมรดกและสิทธิอื่นๆ ที่ทายาทของผู้ตายจะได้รับ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทราบถึงเวลาตายที่แน่นอนของบุคคลด้วย เช่น กรณีที่เกิดรถคว่ำและผู้โดยสารตายหมดทุกคน ถ้าผู้ที่ตายดังกล่าวนั้นเป็นพ่อ แม่ ลูก กัน ซึ่งต่างก็มีสิทธิรับมรดกซึ่งกันและกันได้ ย่อมเกิดปัญหาว่าพ่อแม่ลูกนั้นใครตายก่อนกัน  ในกรณีเช่นนี้กฎหมายได้กำหนดให้ถือว่าทุกคนตายพร้อมกัน ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 17 ว่า “ในกรณีบุคคลหลายคนตายในเหตุภยันตรายร่วมกัน ถ้าเป็นการพ้นวิสัยที่จะกำหนดได้ว่าคนไหนตายก่อนหลังให้ถือว่าตายพร้อมกัน”[1]

ผลการสิ้นสภาพบุคคล คือ สิทธิหน้าที่ต่างๆ ของบุคคลนั้นย่อมสิ้นสุด แต่ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่และความรับผิดของบุคคลนั้นอาจจะระงับไป เพราะเหตุความตายของผู้ทรงสิทธิ หรืออาจจะไม่ระงับแต่เป็นมรดกตกทอดไปสู่ทายาทต่อไปก็ได้ 

โดยพิจารณาจากมาตรา 1600   “ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กองมรดกของผู้ตายได้แก่ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายตลอดทั้งสิทธิหน้าที่ และความรับผิดต่างๆ เว้นแต่ตามกฎหมาย หรือว่าโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้”   

 ดังนั้นหากสิทธิหน้าที่ และความรับผิดใดของผู้ตายเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้  สิทธินั้นก็จะระงับลงด้วยเหตุความตายของผู้ทรงสิทธิ และหากสิทธิใดมิใช่สิทธิเฉพาะตัวโดยแท้ก็จะเป็นมรดกตกทอดสู่ทายาทต่อไป  ซึ่งมรดกย่อมตกทอดสู่ทายาททันทีตามมาตรา 1599 ไม่มีช่องว่างของเวลาตกทอด การพิจารณาความเป็นทายาทของเจ้ามรดกก็ต้องพิจารณาในวันที่เจ้ามรดกตาย   ตามมาตรา 1604  ดังนั้น ประเด็นการสิ้นสภาพบุคคลเมื่อใด จึงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการแบ่งมรดกตามกฎหมาย และยังมีผลในทางกฎหมายอื่นๆ อีกเช่น  สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับลงโดยเหตุความตายของกระทำผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นต้น

            ในครั้งหน้าเราจะมาพูดกันต่อในเรื่องของ การตายโดยผลของกฎหมายกันนะคะ

 

 

 

            สัตวทนาย (สัตว์-แพทย์-ทนาย)


[1] อาจารย์ชมชื่น  มัณยารมย์. ภาค  2  หลักการพื้นฐานของกฎหมายแพ่ง  (LW103) บทที่ 10 บุคคล