บทความ11การให้ความยินยอมหลังได้รับทราบข้

การให้ความยินยอมหลังได้รับทราบข้อมูลการรักษาพยาบาล

 

           ทุกครั้งที่เราจะต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาอาการเพื่อวิเคราะห์อาการ และขอบเขตการรักษา อย่างที่ได้อธิบายไว้ในบทความก่อนหน้า

           วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่อง หลัง จากที่ทราบอาการของโรค ขอบเขตการรักษาแล้ว ซึ่งตามปกติในการให้การรักษาพยาบาลทั่วไปนั้นจะไม่ค่อยมีการทำหนังสือให้ความยินยอมกันเท่าไรนัก เพราะส่วนมากเรื่องของหนังสือยินยอมจะเป็นในกรณีที่การรักษาคนป่วยที่ต้องการรับการรักษาที่ซับซ้อน เช่น การผ่าตัดที่มีความเสี่ยงต่อชีวิต หรือเสี่ยงต่อการทุพลภาพ หากนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงฉากในละครหรือซีรี่ย์ที่เวลาจะทำการผ่าตัดจะต้องมีการถามหาญาติคนไข้เพื่อขออนุญาต แม้กระทั้งการผ่าตัดเสริมความงามเองก็เช่นกัน ทั้งๆที่เราเดินทางมาเพื่อความงามของตัวเองเราก็ต้องให้ความยินยอมกับแพทย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งด้วย นี้ละคือเหตุผลที่ทำไมกลุ่ม LGBT+ ถึงมีการเรียกร้องให้มีการสมรสเท่าเทียม เพราะหนึ่งในสิทธิที่เขาสามารถตัดสินใจแทนกันได้นั้นก็คือ “การยินยอมให้รับการรักษาพยาบาล” เรามาดูกันดีกว่า 

องค์ประกอบที่จะทำให้การให้ความยินยอมหลังทราบข้อมูลการรักษาพยาบาลมีผลสมบูรณ์ นั้นมีอะไรบ้าง

         ผู้มีอำนาจให้ความยินยอม

-          ผู้ป่วย คือ ผู้ป่วยที่มีความสามารถตามกฎหมาย

-          สามี หรือภริยาผู้ป่วย

-          บิดา หรือมารดาผู้ป่วย กรณีผู้ป่วยยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-          ผู้อนุบาล คือ ผู้ที่ศาลแต่งตั้งให้เป็นผู้อนุบาลผู้ไร้ความสามารถ

-          ผู้พิทักษ์ คือ ผู้ที่ศาลแต่งตั้งให้เป็นผู้พิทักษ์ผู้เสมือนไร้ความสามารถ

          

นอกจากนี้แล้ว องค์ประกอบที่จะทำให้การให้ความยินยอมหลังทราบข้อมูลการรักษามีผลสมบูรณ์ต้องมีรายการอย่างน้อย ดังนี้

  1. ผู้มีอำนาจให้ความยินยอม
  2. ความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือ – ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ยินยอมรับการรักษาก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
  3. กรณีไม่มีผู้ให้ความยินยอม – ให้บุคลากรทางการแพทย์ดำเนินการรักษาต่อไป หากมีกรณีจำเป็นที่ต้องทำหัตถการหรือการรักษาที่มีความเสี่ยง ให้บันทึกไว้ในเวชทะเบียนถึงความจำเป็นที่ต้องรักษาโยด่วน และไม่มีผู้รับข้อมูลและให้ความยินยอม แล้วจึงรักษาต่อไป หากมีญาติอื่นๆหรือเพื่อนผู้ป่วยอยู่ด้วยให้ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับทราบและเป็นพยาน
  4. กรอบของการให้ความยินยอม – มีผลให้ใช้จนกว่าจะมีการยกเลิกการให้ความยินยอมโดยทำหลักฐานเป็นหนังสือ ทั้งนี้ไม่มีผลต่อการรักษาพยาบาลที่ได้ดำเนินไปการมีการยกเลิก
  5. ในกรณีที่เกิดความเสียหายหรืออันตรายแก่ผู้รับบริการเพราะเหตุที่ผู้รับบริการปกปิดข้อเท็จจริงที่ตนรู้และควบแจ้งให้ทราย หรือแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ – การนี้ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรืออันตรานั้น เว้นแต่เป็นกรณีที่ผู้ให้บริการประมาณเลินเล่ออย่างร้ายแรง
  6. การปฏิเสธการรักษาพยาบาล – มีผลทำให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่มีอำนาจทำการรักษาหลังจากนี้ โดยการปฏิเสธต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
  7. กรณีผู้ป่วยเป็นชาวต่างชาติ – ให้มีล่ามในการแปลภาษาอ่านข้อความการให้ข้อมูลการรักษาและความยินยอมให้ฟัง พร้อมให้ผู้ป่วยและล่ามลงลายมือชื่อในหนังสือหรือเวชทะเบียน[1]

          

อย่างที่กล่าวมา เมื่อแพทย์ได้แจ้งข้อมูลการรักษาพยาบาลและได้รับความยินยอมแล้วนั้น แพทย์ย่อมมีอำนาจที่จะให้การรักษาพยาบาลได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังต้องใช้ความระมัดระวังและดำเนินการได้ตามมาตรฐานวิชาชีพทางการแพทย์ โดยการให้ความยินยอมภายหลังได้ทราบข้อมูลทางการแพทย์นั้น จะถูกนำมาประกอบการพิจารณาการกระทำของแพทย์ เมื่อเกิดกรณีข้อพิพาทเกิดขึ้นมาเกิดเพราะความจงใจหรือประมาณเลินเล่อ เพราะอย่างที่บอกไว้ว่าในทางกฎหมาย “หลักความยินยอม” (volentinonfit injuria) คือ เมื่อให้ความยินยอมแล้วย่อม ไม่ถือว่ามีความเสียหาย หรือความยินยอมของผู้เสียหายทำให้ไม่เป็นละเมิด เนื่องจาก การละเมิดเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นเมื่อถือว่าไม่มี ความเสียหายการกระทำนั้นจึงไม่เป็นละเมิดผู้เสียหายจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายอันเกิด จากการกระทำที่ตนให้ความยินยอม

           อาจกล่าวสรุปได้ว่า การให้ความยินยอมหลังทราบข้อมูลการรักษาพยาบาลแล้วนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งการตัดสินใจของตัวผู้ป่วยในการเข้ารับความเสี่ยง และยอมรับเอาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 อนุมาตรา 4 ซึ่งการกระทำของแพทย์ที่ได้รับความยินยอมและครบองค์ประกอบที่ทำให้การให้ความยินยอมหลังทราบข้อมูลการรักษามีผลสมบูรณ์ ก็ไม่ถือว่าแพทย์ได้ทำการละเมิด เว้นแต่การกระทำด้วยความยินยอมนั้นต้องห้ามโดยชัดแจ้งตามกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การกระทำนั้นจึงถือเป็นการละเมิดต่อผู้เสียหาย และความยินยอมนั้นต้องเป็นไปโดยสมัครใจ ไม่ใช่เกิดจากกลฉ้อฉล หลอกลวง ข่มขู่หรือสำคัญผิด

                                                                                                                     


[1] ธวัช จารุศิริกุล .ข้อพิพาทคดีทางการแพทย์ ,การให้ความยินยอมหลังได้รับทราบข้อมูลการักษาพยาบาล