บทความที่39การตายII

การตาย ตอนที่ 2

            กลับมาต่อกันที่เรื่องของการตายนะคะ คุณว่าการโดยผลของกฎหมายมีแบบไหนกันบ้าง?

          โดย การตายโดยผลของกฎหมาย นั้น กฎหมายกำหนดให้ถือว่าบุคคลนั้นถึงแก่ความตาย ซึ่งความจริงบุคคลนั้นอาจจะตายจริงหรือยังไม่ตายก็ได้ แต่เมื่อกรณีเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดต้องถือว่าบุคคลนั้นถึงแก่ความตายตามกฎหมาย การตายโดยผลของกฎหมายนี้มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้ในเรื่องการสาบสูญ ซึ่งหมายถึง การสูญหายไปของบุคคล การสาบสูญนี้ใช้บังคับได้เฉพาะกับกรณีบุคคลธรรมดาหายไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้บังคับกับนิติบุคคลได้ เพราะโดยสภาพของนิติบุคคลไม่สามารถถึงแก่ความตายได้

ซึ่งการที่คนสักคนหนึ่งนั้นจะกลายเป็นคนสาบสูญได้นั้น ไม่ใช่แค่ว่าหายตัวไปเฉยๆก็จะเรียกว่าคนสาบสูญได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 คือ

1.  บุคคลใดได้หายไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของบุคคลนั้น และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่   เป็นระยะเวลา 5 ปีติดต่อกันนับแต่วันที่หายไป หรือหายไปในเหตุภยันตรายพิเศษดังต่อไปนี้เป็นระยะเวลา 2 ปีติดต่อกันนับแต่วันที่เหตุภยันตรายนั้นสิ้นสุดลง คือ

-    การรบหรือทำสงคราม ซึ่งบุคคลนั้นอยู่ในการรบหรือสงครามและหายไป หรือ

-    ยานพาหนะที่บุคคลนั้นเดินทางประสบภัย อับปาง ถูกทำลาย หรือสูญหายไป หรือ

-    เหตุอันตรายแก่ชีวิตอื่นๆ นอกจากการรบ การทำสงคราม และยานพาหนะ
ประสบภัย
   ซึ่งบุคคลนั้นตกอยู่ในอันตรายแก่ชีวิตอื่น ๆนั้น

2.  เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่หายไป 5 ปี (กรณีปกติ) หรือ 2 ปี (กรณีพิเศษ) ดังกล่าวแล้วแต่กรณี ได้มีการ ร้องขอต่อศาลโดยผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการเป็นผู้ร้องขอ ขอให้ศาลสั่งให้บุคคลที่หายไปนั้น เป็นคนสาบสูญ

3.  ศาลได้มีคำสั่งให้บุคคลที่หายไปนั้นเป็นคนสาบสูญ

4.  ประกาศคำสั่งศาลให้เป็นคนสาบสูญในราชกิจจานุเบกษา

            เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้บุคคลที่หายไปเป็นคนสาบสูญแล้ว  บุคคลที่หายไปนั้นจะมีสถานะเปลี่ยนเป็นคนสาบสูญ นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งสาบสูญ  โดยถือว่าบุคคลนั้นถึงแก่ความตาย และให้ถือว่าตายนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดการ หายไปเป็นเวลา 5 ปี หรือ 2 ปี แล้วแต่กรณี คือให้ความตายของคนสาบสูญนั้นมีผลย้อนขึ้นไปเริ่ม นับแต่วันที่บุคคลนั้นหายไปครบ 5 ปี กรณีธรรมดา หรือครบ 2 ปี กรณีพิเศษ

แน่นอว่า การที่ถูกศาลสั่งให้กลายเป็นบุคคลสาบสูญแล้วนั้น ย่อมมีผลในทางกฎหมายต่างๆตามมากอีกมาก เรื่องที่เรามักจะเห็นกันได้บ่อยๆตาม ละคร หรือซีรี่ย์ต่างๆ คือ การรับมรดก

            ซึ่งการตายตามผลของกฎหมายหรือการเป็นคนสาบสูญนั้น มีผลคล้ายกับการตายโดยธรรมชาติ คือ มีผลทำให้ทรัพย์สินและสิทธิหน้าที่ต่างๆ ของคนสาบสูญตกเป็นมรดกแก่ทายาทของคนสาบสูญ[1]  แต่ในเรื่องการสมรสของคนสาบสูญ การตายของคนสาบสูญไม่ทำให้การสมรสสิ้นสุดลงทันที  คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายของคนสาบสูญก็ยังถือว่าเป็นคู่สมรสของคนสาบสูญอยู่ ยังไม่ถือว่าเป็นหม้ายเหมือนกับการตายโดยธรรมชาติ หากคู่สมรสของคนสาบสูญประสงค์จะให้การสมรสสิ้นสุดลง  คู่สมรสของคนสาบสูญต้องดำเนินการฟ้องหย่าต่อศาล  และเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้หย่ากันได้  จึงมีผลให้การสมรสนั้นสิ้นสุดลง[2]

            แต่ความตายนั้นมีหลายรูปแบบ ไม่ได้มีเพียงแต่ตายเพราะธรรมชาติ อันเกิดจากโรคภัย ไข้เจ็บ หรือ การตายโดยผลของกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีการตายในทางการแพทย์อีกด้วยค่ะ

 

สัตวทนาย (สัตว์-แพทย์-ทนาย)


[1] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรคแรกว่า “เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท”

[2] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501 “การสมรสย่อมสิ้นสุดลงด้วยความตาย การหย่า หรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน”