คนกับสัตว์ และการจราจร ตอนที่ 2
คนกับสัตว์ และการจราจร ตอนที่ 2
ปัญหาเรื่องการถูกหมาวิ่งไล่ระหว่างขับขี่ หรือการถูกสุนัขหรือสัตว์อื่นวิ่งตัดหน้า เป็นเรื่องที่ตัวของผู้เป็นเจ้าของที่ต้องควบคุมดูแลสัตว์เลี้ยงของตนให้อยู่เป็นที่เป็นทางตามสงควร หลายครั้งที่เราสามารถเห็นป้ายบอกให้ระมัดระวังเวลาเข้าซอยต่างๆที่มีเหล่าบรรดาเจ้าถิ่นทั้งหลายอยู่ หรือกระทั่งป้ายเตือนให้ระวังสัตว์เลี้ยงของตน เพราะมันหลบรถไม่เป็น ก็มี
แน่นอนว่าเรารู้กันอยู่แล้วล่ะว่า หากเกิดความเสียหายขึ้นบนถนนหนทางต่างๆไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ที่เป็นผู้ก่อให้เกิดเราจะสามารถร้องหาความรับผิดชอบต่อใคร
แล้วถ้าหากว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นบนถนนละ และหากความเสียหายนั้นเกิดขึ้นโดยตั้งใจไม่ใช่เพราะเหตุสุดวิสัย หรืออุบัติเหตุละ?
ในกรณีที่ ผู้ขับขี่เกิดหมั่นไส้หมาในซอยสักตัวขึ้นมา หรือตัวเงินตัวทองสักตัวที่ขึ้นมาอาบแดดขว้างทางการขับขี่ และเจตนาที่จะขับชนสัตว์ตัวนั้น แม้ภายหลังการชน รถยนต์หรือมอเตอร์ไซย์ของผู้ขับขี่จะเกิดความเสียหายก็ตาม จะมาเรียกร้องค่าเสียหายเอากับเจ้าของสัตว์ แบบนี้ไม่สามารถทำได้นะ หรือต่อให้คุณคิดว่า คุณขับขี่ชนสัตว์ไม่มีเจ้าของแล้วจะคิดว่าพ้นโทษไม่ต้องรับผิดใด แต่ประกันภัยรถยนต์ถ้าเขาสืบหาหรือมีหลักฐานมาพิสูจน์ได้ว่าคุณมีความตั้งใจขับรถชน ไม่ว่าจะทำให้สัตว์จรจัดนั้นบาดเจ็บหรือถึงแก่ความตาย ต่อให้เป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็จะไม่คุ้มครองใดๆ ทั้งสิ้น และการกระทำนั้นก็ยังถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 381[1] และ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ตามมาตรา 20[2] อีกด้วย
สัตวทนาย (สัตว์-แพทย์-ทนาย)
[1] ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 381 “ผู้ใดกระทำการทารุณต่อสัตว์ หรือฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดย มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2558]
[2] พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ตามมาตรา 20 “ห้ามมิให้ผู้ใดกระทําการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร”