กำหนดเวลา
ตอนที่ ๔ กำหนดเวลา
กำหนดเวลานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะมันจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกสิ่งทุกอย่าง เวลาไม่เคยหยุดนิ่ง หรือแม้จะหยุดรอใครก็ไม่มี เช่นแม้เวลาทำงานก็จะมีกำหนดเวลาเข้าทำงาน กำหนดเวลาเลิกงาน การเดินทางก็จะมีกำหนดเวลาออกเดินทาง และกำหนดเวลาถึงจุดหมาย กำหนดเวลาจึงเป็นการกำหนดช่วงเพื่อให้ทราบว่าจะต้องทำอะไรเมื่อไหร่ ซึ่งในทางคดีก็มีการกำหนดเวลาไว้ เช่น กำหนดเวลายื่นคำให้การ ว่าจะต้องยื่นเมื่อไหร่ ช่วงเวลาที่ยื่นได้จากวันไหนถึงวันไหน และจะยื่นได้วันสุดท้ายวันไหน หากไม่กำหนดไว้ชัดเจนก็จะเกิดปัญหา โดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรค ๑ บัญญัติว่า เมื่อได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยแล้ว ให้จำเลยทำคำให้การเป็นหนังสือยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวัน
ดังนั้น เมื่อพิจารณาถึงกฎหมายในมาตราดังกล่าวแล้วจะเห็นได้ว่าเริ่มยื่นคำให้การได้เมื่อส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้กับจำเลยได้ ซึ่งในทางปฎิบัติแล้วเมื่อโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยแล้วก็ต้องส่งหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องให้จำเลย เพื่อให้จำเลยยื่นคำให้การเพื่อต่อสู้คดี เมื่อจำเลยได้รับหรือถือว่าได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้ว จำเลยก็ต้องติดต่อทนายความเพื่อทำคำให้การและยื่นต่อศาลภายในกำหนดสิบห้าวัน ในการนับสิบห้าวันนั้นเริ่มนับวันที่หนึ่งในวันถัดจากวันที่ได้รับคำให้การและนับต่อไปจนถึงวันที่สิบห้าซึ่งวันที่สิบห้าถือเป็นวันสุดท้ายของการยื่นคำให้การ เช่น จำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในวันที่ ๒ จะครบกำหนดสิบห้าวันในวันที่ ๒๗ ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายขอกการยื่นคำให้การ หากไม่ยื่นคำให้การก็จะได้รับความเสียหายตามที่ได้กล่าวไว้ในครั้งที่แล้ว ซึ่งหากใครได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้ว คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี ก็อย่าลืมติดต่อเข้ามาในมุมกาแฟยามบ่ายนะคร้าบ ให้คำปรึกษาฟรี
ขอบคุณคร้าบ
นายศราวุฒ แวววรรณจิตร ผู้รับผิดชอบ
๑๐ มีนาคม ๒๕๕๙