ภาษีกับสัตว์เลี้ยง ตอนที่ 3 (เซเลปสัตว์เลี้ยง)
ภาษีกับสัตว์เลี้ยง ตอนที่ 3 (เซเลปสัตว์เลี้ยง)
บทความนี้เราก็ยังคงอยู่กับเรื่องของภาษี และ สัตว์เลี้ยง กันต่อนะคะ วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการกันบ้าง
แน่นอนว่าตอนนี้เรารู้กันแล้วว่าเจ้าตัวน้อยของเราได้มอบหมายหน้าที่ให้เราต้องเสียภาษีให้กับความเป็นไอดอลให้เขาแล้ว แล้วเราจะคิดคำนวณอย่างไรบ้างนั้น เรามาเริ่มดูกันจาก
ในกรณีที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีงานประจำได้รับเป็นเงินเดือน และมีรายได้เสริมจากการนำสัตว์เลี้ยงมารีวิวสินค้า สามารถแสดงตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ดังนี้
สูตรคือ
(รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย
- รายได้จากเงินเดือนประจำตลอดทั้งปี 360,000 บาท (เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1[1]*)
คงเหลือเงินได้สุทธิ 200,000 บาท
- รายได้จากการนำสัตว์เลี้ยงรีวิวสินค้า 200,000 บาท (เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8[2]**)
คงเหลือเงินได้สุทธิ 20,000 บาท
จากนั้นนำเงินได้สุทธิมารวมกัน 200,000 + 20,000 = 220,000 แล้วนำไปเปรียบเทียบอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดดังนี้
รายได้สุทธิ 1 - 150,000 บาทได้ยกเว้นภาษี (220,000 - 150,000 = 70,000)
รายได้สุทธิ 150,001 - 300,000 บาท อัตราภาษี 5%ภาษีที่ต้องเสีย 70,000 x 5% = 3,500 บาท
และหากรายได้จากสัตว์เลี้ยงถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 3% จะเท่ากับ 200,000 x 3% = 6,000 บาท
ดังนั้น ภาษีที่ต้องเสีย 3,500 บาท จ่ายไว้ล่วงหน้าแล้ว 6,000 บาท ได้เงินภาษีคืน = 2500 บาท แต่หากคำนวณแล้วภาษีที่ต้องเสียมากกว่าที่จ่ายไว้ล่วงหน้า ผู้มีรายได้ต้องเสียภาษีเพิ่ม
* เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 สามารถหักแบบเหมา 50% แต่เมื่อรวมหักค่าใช้จ่ายจากเงินประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 แล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
** เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 สามารถหักแบบเหมา 60% หรือหักตามจริง
และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ต้องมีเรื่องให้ปวดหัวเกี่ยวกับภาษีตามมาที่หลัง เหล่าผู้ปกครองของเด็กๆอย่าลืมนำรายได้ดังกล่าว มายื่นภาษีในนามของผู้รับเงิน หรือเจ้าของสัตว์เลี้ยง ด้วยนะ เนื่องจากหากไม่ยื่นภาษีในส่วนของรายได้จากสัตว์เลี้ยง แต่รายได้นี้ได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ทางผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ส่งเงินภาษีให้แก่กรมสรรพากร จึงเป็นที่มาที่ทำให้ทางกรมสรรพากรสามารถตรวจสอบการยื่นภาษีของผู้มีรายได้ และหากพบว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงตั้งใจไม่เสียภาษีในส่วนนี้ จะมีโทษปรับทางอาญาสูงสุด 200,000 บาท จำคุกสูงสุด 1 ปี และเสียเบี้ยปรับ x2 ของค่าภาษีที่ต้องจ่าย รวมถึงเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดยื่นภาษี[3]
สัตวทนาย (สัตว์-แพทย์-ทนาย)
[1] เงินได้ประเภทที่ 1 ได้แก่ เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน
[2] เงินได้ประเภทที่ 8 ได้แก่ เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในประเภทที่ 1 ถึงประเภทที่ 7
[3] รายได้จากสัตว์เลี้ยง ใครต้องเสียภาษี พร้อมวิธีคำนวณภาษี By ภาษีเรื่องง่าย by Inflow Accounting. สืบค้นสื่อออนไลน์ https://www.bangkokbiznews.com/finance/investment/1072858