สัตว์กับคน ตอนที่ 1
สัตว์กับคน ตอนที่ 1
หลายครั้งที่ความเสียหายของคนเรามักเกิดขึ้นจากการกระทำโดยไม่รู้ความของสัตว์ บางครั้งเราสามารถหาเจ้าของหรือหน่วยงานมารับผิดชอบผลที่เกิดขึ้นมาได้ แต่บ้างครั้งก็ไม่สามารถที่จะหาใครมารับผิดชอบได้ แต่ถ้าการกระทำที่ทำให้เราได้รับความเสียหายนั้นเกิดขึ้นมาจากคนด้วยกันแน่นอนว่าเราสามารถเรียกให้เขามารับผิดชอบได้ อย่างเช่นในกรณีนี้
จากเหตุการณ์เมื่อช่วงหลายวันก่อน ได้มีเจ้าของสุนัขไซบีเรียนรายหนึ่งโพสต์เล่าว่า ได้มีเด็กแอบเข้าบ้านมาแล้วเปิดประตูรั้วทิ้งไว้ เป็นเหตุให้สูญเสียสุนัขไซบีเรียนไป 2 ตัว (26 พฤศจิกายน 2566) เนื้อความว่า “การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ วันนี้ไม่อยู่บ้าน เด็กวัย 7 ขวบ กับ 9 ขวบ แอบเข้ามาในบ้านเปิดประตูรั้ว ( ภาพจากกล้องวงจรปิด )ปล่อยให้หมาทั้ง 3 ตัวหลุดออกจากบ้านแล้ววิ่งไปถนนใหญ่ จัสมินและอันนาถูกรถชนตาย ส่วนเอลซ่านั่งเฝ้าศพ คนในหมู่บ้านรีบโทรมาบอก เราก็คิดแค่ว่าหมาคงเจ็บรักษาได้ ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ สูญเสียทั้งหมา ซ่อมรถให้เขาอีก ฝากถึงพ่อแม่ที่มีลูกควรดูแลลูกหลานตัวเองไม่ให้เข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สอนมารยาทให้ดี เด็กก็คือเด็ก แต่เด็กก็ไม่ได้น่ารักทุกคน”[1]
จากเหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจนี้ เราจึงอยากขอแสดงความเสียใจกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงท่านนี้เป็นอย่างมาก และล่าสุดดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ เนื่องจากการเจรจาที่ไม่ลงตัว (ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2566) บทความตอนนี้เราจะไม่ขอพูดถึงเรื่องของคดีความ หรือชี้ช่องแต่อย่างใด แต่ขอพูดในมุมมองทางกฎหมาย
อย่างที่เราเคยบอกเอาไว้ในบทความก่อนๆที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ ว่า ‘สัตว์’ หรือ ‘สัตว์เลี้ยง’ ถือเป็นทรัพย์ของผู้เป็นเจ้าของ แน่นอนว่า ถ้าหากทรัพย์ของเราไปทำความเสียหายให้กับบุคคลอื่นหรือทรัพย์ของบุคคลอื่น เราผู้เป็นเจ้าของย่อมต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น จากกรณีนี้ก็เช่นกัน เพียงแต่
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากว่ากันตามที่เจ้าของสัตว์อ้างว่าได้มีการปิดประตูรั่วเอาไว้ และสัตว์เลี้ยงของตนนั้นอยู่กันอย่างปกติ
ในส่วนของเจ้าของรถยนต์ที่เราไม่รู้แน่ชัดว่าการชนครั้งนี้เกิดขึ้นเช่นไร หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า สุนัขที่หลุดออกมาจากบ้าน อาจวิ่งตัดหน้ารถทำให้เกิดความเสียหายต่อรถยนต์ แน่นอนว่าในส่วนนี้ตัวเจ้าของสัตว์ย่อมมีหน้าที่ชดใช้ความเสียหายอันเกิดจากการละเมิดเนื่องจากสัตว์เลี้ยงของตน เว้นแต่ตัวเจ้าของจะพิสูจน์ได้ถึงการที่ตนใช้ความระมัดระวังดูแลสัตว์เลี้ยงของตนว่าตามสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์หรือตามพฤติการณ์อื่น หากตัวเจ้าของสัตว์พิสูจน์ได้ ตัวเจ้าของสัตว์ก็ไม่ต้องรับผิด ตามมาตรา 433 วรรคแรก[2]
อ้าว แล้วอย่างนี้เจ้าของรถยนต์จะทำอย่างไร แล้วถ้าเกิดว่าการที่สุนัขหลุดออกมาไม่ได้เกิดจากบุคคลที่สาม แต่เกิดเพราะตัวเจ้าของเลินเล่อละ แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยนิ !
จริงอยู่ที่ มาตรา 433 วรรคแรก บอกว่าเจ้าของสัตว์ไม่ต้องรับผิดหากพิสูจน์ได้ว่าตนนั้นใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากบทกฎหมายมาตรานี้เป็นบทสันนิษฐานความผิดของเจ้าของสัตว์หรือผู้รับเลี้ยงรักษาสัตว์ จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าของสัตว์หรือผู้รับเลี้ยงรักษาสัตว์ในการพิสูจน์ในเรื่องของการดูแลเพียงเท่านั้น จะพิสูจน์ถึงเหตุผลอื่นเพื่อมาเป็นข้ออ้างให้ตนพ้นผิดไม่ได้
และคู่กรณีในข้อเท็จจริงนี้ยังมีอีกหนึ่ง
สัตวทนาย (สัตว์-แพทย์-ทนาย)
[1]https://www.facebook.com/JaAes/posts/pfbid0iNHUG7s87jhtUevgze1Bcfu21tNZnq1vqX196PyUgj1VnnC5EQ7veS7JGJTWiARml
[2] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 “ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่าเจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่สัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น
อนึ่ง บุคคลผู้ต้องรับผิดชอบดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นอันมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้น ๆ ก็ได้”