รถติดไซเรน ตอนที่ 5
รถติดไซเรน ตอนที่ 5
อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนอาจสงสัยเกี่ยวกับเจ้ารถฉุกเฉินทางการแพทย์ หรือที่เราเรียกว่า Ambulance ว่าทำไม คำว่า Ambulance ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของรถพยาบาลจะต้องติดกลับด้าน ทั้งที่ส่วนด้านข้างหรือด้านหลังจะติดคำว่า Ambulance แบบปกติ
แน่นอนว่าการติดแบบนี้มันมีความหมาย ไม่ใช่การติดแบบผิดพลาดแต่อย่างใด เพราะการติดแบบนี้เป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก โดยจุดประสงค์แท้จริง ก็เพื่อให้รถคันหน้า มองกระจกหลังแล้ว สามารถอ่านเป็นคำว่า Ambulance ได้ทันที โดยไม่ต้องกลับซ้าย ขวา อีกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามหลักการสะท้อนของกระจกตามปกติ และอีกนัยหนึ่งเพื่อเป็นการแจ้งให้รถคันหน้าทราบว่ารถด้านหลังเป็นรถพยาบาล เมื่อประกอบกับสัญญาณไฟและเสียงไซเรนแล้ว ก็จะหลีกทางให้ในทันทีเพื่อให้นำผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดนั่นเอง!
ส่วนทางด้านข้างหรือด้านหลังนั้นที่ไม่ติดอักษรกลับด้าน ก็เพื่อทำให้คนที่เดินผ่านไปมา หรือรถที่ตามหลัง หรือรถคันข้างๆ เข้าใจง่าย เพราะในวินาทีฉุกเฉิน คงไม่มีเวลาให้มายืนตั้งสติแล้วอ่านตัวอักษรแบบกลับด้านตลอด[1]
นอกจากนี้แล้ว ไม่ใช่คนที่สัญจรโดยรถเท่านั้นที่เมื่อเจอการส่งสัญญาไฟและไซเรนจากรถฉุกเฉินที่มีหน้าที่ที่ต้องหลบหรือให้ทางกับรถฉุกเฉินเท่านั้น แต่ยังร่วมถึงผู้คนบททางเท้าอีกด้วย
ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 76[2] เรื่องสิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้รถใช้ถนน เดินเท้า ต่อรถฉุกเฉินจะต้องหลบและหลีกให้พ้นผิวจราจรทันทีเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนหรือเห็นไฟวับวาบ ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามจะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
สัตวทนาย (สัตว์-แพทย์-ทนาย)
[1] สืบค้นออนไลน์. https://www.niems.go.th/1/News/Detail/2768?group=6
[2] พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 76 กล่าวว่า “เมื่อคนเดินเท้า ผู้ขับขี่ หรือผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์เห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน หรือเสียงสัญญาณอย่างอื่นตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้ คนเดินเท้า ผู้ขับขี่ หรือผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์ต้องให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อนโดยปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) สำหรับคนเดินเท้าต้องหยุดและหลบให้ชิดขอบทาง หรือขึ้นไปบนทางเขตปลอดภัย หรือไหล่ทางที่ใกล้ที่สุด
(2) สำหรับผู้ขับขี่ต้องหยุดรถหรือจอดรถให้อยู่ชิดขอบทางด้านซ้าย หรือในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางอยู่ทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถ ต้องหยุดรถหรือจอดรถให้อยู่ชิดช่องเดินรถประจำทาง แต่ห้ามหยุดรถหรือจอดรถในทางร่วมทางแยก
(3) สำหรับผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์ต้องบังคับสัตว์ให้หยุดชิดทาง แต่ห้ามหยุดในทางร่วมทางแยก
ในการปฏิบัติตาม (2) และ (3) ผู้ขับขี่และผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์ต้องรีบกระทำโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้และต้องใช้ความระมัดระวังตามควรแก่กรณี