บทความ25คดีทางการแพทย์–3

คดีทางการแพทย์ (ทางอาญา)

            จากบทความที่แล้ว เราพูดถึง คดีทางการแพทย์ในทางแพ่ง ไปแล้ว วันนี้เราจะมาต่อกันที่ คดีทางการแพทย์ในทางอาญากันบ้าง

            อย่างที่ในตอนท้ายของบทความก่อนได้กล่าวไป (บทความ 24)ถึงข้อสังเกตในกรณีการฟ้องแพทย์ให้รับผิดฐานละเมิดนั้นก็มักจะทำให้มีความรับผิดทางอาญานั้น ศาลไทยจะเปรียบเทียบระดับความมีมาตรฐานทางการแพทย์ ถ้าแพทย์มีระดับมาตรฐานในการรักษาพยาบาลที่ดีอยู่แล้วโจทก์ในฐานะผู้เสียหายก็จะฟ้องแพทย์ให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนยังไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นการให้การรักษาผู้ป่วยที่ต่ำกว่ามาตรฐานแล้วเกิดมีความเสียหายขึ้นซึ่ง ผู้ป่วยหรือผู้เสียหายสามารถฟ้องแพทย์ได้ทั้งทางแพ่ง และอาญา

            ในการฟ้องคดีอาญานั้นเราต้องมารู้กันก่อนว่า กฎหมายอาญา นั้นเป็นกฎหมายที่ว่าด้วยความผิดและโทษ ซึ่งอาจเป็นฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือพระราชบัญญัติอื่นๆ โดยกฎหมายจะบัญญัติไว้ว่าการกระทำ หรือการละเว้นการกระทำอย่างใดเป็นความผิดส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญานั้นได้กำหนดไว้ 5 สถานคือ ริบทรัพย์สิน ปรับ กักขัง จำคุก ประหารชีวิต (เรียงจากโทษน้อยสุดไปมากสุด)

          สำหรับบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญาได้แบ่งเป็นภาคทั่วไปอันเป็นการกำหนด หลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับความรับผิดทางอาญาภาคความผิดคือส่วนที่บัญญัติฐานความผิดต่างๆ และ บทความทางวิชาการ จุลนิติ พ.ค. - มิ.ย. ๕๔ 51 ส่วนสุดท้ายคือภาคลหุโทษซึ่งได้แก่ความผิดเล็กๆ น้อยๆ ที่กฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ในประมวลกฎหมายอาญาภาคทั่วไป ได้วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาไว้โดยวางเป็นหลักกฎหมายในมาตรา 59 วรรคแรกว่า “บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำ โดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท” หลักกฎหมายที่ว่านี้เป็นหลักสำคัญในการวินิจฉัยความรับผิดของบุคคล กล่าวคือ นอกจาก เจตนาแล้วการกระทำโดยประมาทก็อาจก่อให้เกิดความผิดอาญาขึ้นได้ถ้าการกระทำโดยประมาท ในกรณีนั้นมีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดเช่น การทำให้คนตายโดยประมาท กระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายของผู้อื่น ประมาทเป็นเหตุให้เกิดผลต่อเสรีภาพของบุคคลเหล่านี้ เป็นต้น

            คดีความที่เกิดขึ้นจากการร้องเรียนหรือฟ้องร้องแพทย์ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นจากการกล่าวหา ว่าแพทย์กระทำโดยประมาทเป็นผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลแล้วแต่กรณี และข้อที่จะต้องวินิจฉัยในแต่ละคดีก็คือการกระทำของแพทย์ในกรณีนั้นๆ เป็นการประกอบวิชาชีพ โดยประมาทหรือไม่ ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคสี่ ได้วางเป็นหลักทั่วไปไว้ว่า “กระทำโดยประมาทได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความ ระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความ ระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่” จากบทบัญญัติดังกล่าว การจะวินิจฉัยว่าการกระทำในแต่ละกรณีจะเป็นการกระทำโดย ประมาทหรือไม่จะเปรียบเทียบกับบุคคลซึ่งอยู่ในภาวะเช่นนั้นและดูตามวิสัยและพฤติการณ์นั้นด้วย ซึ่งในประเด็นนี้จะขึ้นอยู่กับมาตรฐานของวิชาชีพในแต่ละกรณีแต่ละสาขาซึ่งผู้เสียหายอาจจะนำสืบ ผู้เชี่ยวชาญมาเบิกความต่อศาลแล้วแต่กรณี[1]

สัตวทนาย  (สัตว์-แพทย์-ทนาย)


[1]แสวง บุญเฉลิมวิภาส. บทความ:ปัญหาฟ้องร้องทางการแพทย์และแนวทางการแก้ไข