บทความ14มาตรฐานวิชาชีพเวชกรรม

มาตรฐานวิชาชีพเวชกรรม

            ในครั้งก่อนเราพูดถึง เรื่องความคำว่า “ดีที่สุด” ไปแล้ว และมีการกล่าวถึงในเรื่องของ “มาตรฐานวิชาชีพ” เข้ามาเกี่ยวข้อง วันนี้เราเลยอยากจะขอหยิบยกเรื่องของมาตรฐานวิชาชีพมาอธิบายกันเสียหน่อย

            ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า มาตรฐานวิชาชีพ และ วิชาชีพเวชกรรม กันก่อนว่า 2 คำนี้มีความหมายว่าอย่างไร

            มาตรฐานวิชาชีพ หมายถึง จุดมุ่งหมายหลักที่จะสร้างแนวทางปฏิบัติรวมทั้งส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในวิชาชีพของผู้ปฏิบัติ เพื่อให้การปฏิบัติงานอาชีพมีคุณภาพสูงสุด

            วิชาชีพเวชกรรม  หมายความว่า วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรคการวินิจฉัยโรค การบำบัดโรค การป้องกันโรค การผดุงครรภ์ การปรับสายตาด้วยเลนส์สัมผัสการแทงเข็มหรือการฝังเข็มเพื่อบำบัดโรคหรือเพื่อระงับความรู้สึกและหมายความรวมถึงการกระทำทางศัลยกรรม การใช้รังสี การฉีดยา หรือสสาร การสอดใส่วัตถุใดๆ เข้าไปในร่างกาย ทั้งนี้เพื่อการคุมกำเนิด การเสริมสวย หรือการบำรุงร่างกายด้วย[1]

            ในการฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับแพทย์และผู้ป่วย หรือการฟ้องร้องคดีความรับผิดทางการแพทย์ หรือที่เรียกว่า “ทุรเวชปฏิบัติ ( Medical  Malpractice )” นั้น เรามีการพูดคุยเอาไว้แล้วในบทความก่อนๆ แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ใช้ในการพิจารณาคดีเกี่ยวกับทุรเวชปฏิบัติ   ดังนั้นเมื่อเกิดการฟ้องร้องขึ้นมาศาลจะใช้หลักของกฎหมายละเมิดในการพิจารณาคดีเป็นหลัก  ส่วนทางอาญาศาลจะพิจารณาในส่วนความประมาทเลินเล่อของแพทย์ว่าแพทย์ได้กระทำความผิดต่อผู้ป่วยด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายหรือถึงแก่ชีวิตหรือไม่

            วันนี้เราจะยกตัวอย่างฎีกาหนึ่งที่น่าสนใจ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับบทความก่อนหน้า (บทความที่ 13 ดีที่สุด) กับเรื่องของ มาตรฐานวิชาชีพ

            ย้อนกลับไปช่วงปี 2564 ทุกคนจำได้หรือไหมว่า มีคดีหนึ่งที่เหตุเกิดจากท่อช่วยหายใจหลุด ทำให้เด็กชายคนหนึ่งสมองพิการอย่างถาวร

            คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2318/2564 คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติว่าสาเหตุที่โจทก์ที่ 1 สมองพิการอย่างถาวรเกิดจากท่อช่วยหายใจหลุดหรือเคลื่อนจากหลอดลมภายหลังการผ่าตัด ปัญหาว่าการกระทำของแพทย์เป็นการประมาทเลินเล่อหรือไม่นั้นต้องพิจารณาอย่างมาตรฐานของผู้มีวิชาชีพ ซึ่งการที่จะวินิจฉัยได้ว่าประมาทหรือไม่จะต้องพิจารณาตามมาตรฐานการรักษาว่าในการรักษาผู้ป่วยทั่วไป หากมีการผ่าตัด เเละใช้เครื่องช่วยหายใจเช่นเดียวกัน โอกาสที่ท่อช่วยหายใจจะหลุดก่อน ขณะ หรือภายหลังการทำการรักษานั้นมีมากน้อยเพียงใด หากโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากก็อาจจะต้องรับฟังว่าแพทย์ผู้ทำการรักษากระทำประมาทซึ่งโรงพยาบาลจะต้องรับผิด

            สำหรับคำพิพากษาฎีกาที่หมายเหตุนี้เมื่อข้อเท็จจริงยุติเเล้วว่าเครื่องช่วยหายใจหลุดหรือเคลื่อนที่ภายหลังจากการผ่าตัด ย่อมเป็นการเเสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าเป็นการประมาทเลินเล่อของแพทย์ผู้ทำการรักษา ส่วนที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นเหตุสุดวิสัยไม่อาจคาดหมายได้

            วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดถึงว่าคดีนี้แต่ละศาลมีผลการตัดสินในรูปคดีแบบไหน แต่สิ่งที่เราจะมาพูดคือเรื่องของ มาตรฐานวิชาชีพ

            ในเรื่องนี้ เหตุที่แพทย์ผู้รักษาไม่ต้องรับผิด อันเนื่องมาจากการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรละว่าแพทย์คนนั้นได้ปฏิบัติตามแล้ว เรื่องนี้จะต้องได้รับการวิเคราะห์และความคิดเห็นจากกลุ่มผู้มีความรู้เฉพาะ หรืออยู่ในวิชาชีพเดียวกัน ว่าในขณะเกิดเหตุ ตัวของแพทย์ผู้นั้นได้กระทำการตามแบบมาตรฐานที่ผู้ประกอบวิชาชีพเดียวกันคนอื่นๆจะกระทำหากอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น และหากมีการพิสูจน์แล้วว่าแพทย์คนนั้นได้กระทำตามแบบเดียวกับที่แพทย์คนอื่นๆ พึ่งกระทำในสถานการณ์เดียวกัน ย่อมถือว่าแพทย์คนนั้นได้กระทำตามมาตรฐานวิชาชีพแล้ว แน่นอนว่าเมื่อทำตามแบบตามมาตรฐานอย่างถูกต้อง ก็จะไม่ถือว่าได้กระทำโดยประมาณเลินเล่อ แพทย์จึงไม่ต้องรับผิดจากการละเมิด แต่อาจเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจคาดเดาได้

            อาจกล่าวสรุปได้ว่า แม้ในภาพรวมเราจะเห็นได้ว่า ผลร้ายอันเกิดกับตัวของเด็กชายเป็นผลโดยตรงจากการรักษา แต่เมื่อเรามองถึงขั้นตอนวิธีการรักษาแล้วนั้น การดำเนินการรักษาพยาบาลนั้นเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพที่แพทย์และบุคคลากรทางการแพทย์ที่ให้การรักษาได้ปฏิบัติ เขาจึงไม่ถือว่าเป็นผู้ทำละเมิดเพราะความประมาทเลินเล่อ แน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากจะให้เกิดขึ้น แต่การจะกล่าวโทษผู้ที่ทำการรักษาตามมาตรฐานก็ดูจะเป็นสิ่งที่ใจร้ายมากเกินไป แต่ก็ไม่อาจกล่าวว่า ทางแพทย์จะเป็นผู้บริสุทธิ์100% เพราะยังไงเสีย การรับผิดชอบต่อความเสียหายนั้นก็ย่อมต้องเกิดขึ้นเพื่อเยียวยาผู้เสียหายและครอบครัว

 

สัตวทนาย (สัตว์-แพทย์-ทนาย)

           

 

 


[1] ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙. หมวด 1 บทนิยาม ข้อ4