บทความ23คดีทางการแพทย์–1

ความยินยอมเกิดขึ้นตอนไหน

            คดีทางการแพทย์ คือ คดีที่มีมูลเหตุมาจากการบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้แก่บุคคลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ และรวมถึงการบริการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตามกฎหมายของผู้ประกอบวิชาชีพ

            จากบทนิยามจะเห็นได้ว่า คดีทางการแพทย์นั้น มูลคดีจะเกิดจากการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข แน่นอนว่าในการให้บริการทางการแพทย์นั้นมีความซับซ้อน ทั้งในเรื่องของสภาพแห่งโรค ระยะเวลาการเกิดโรค ผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดได้ รวมถึงเหตุสุดวิสัย เมื่อผู้ป่วยตกลงยินยอมให้แพทย์ทำการรักษา และแพทย์ตกลงที่จะให้การรักษานั้น เมื่อนั้นนิติสัมพันธ์ระหว่างคนไข้กับแพทย์ย่อมเกิดขึ้น ทั้งให้ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิและหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อกันตามกฎหมาย และหากมีความเสียหายเกิดขึ้น หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิบัติไม่ครบถ้วนย่อมต้องรับผิดเมื่อเกิดความเสียหายนั้น โดยเกิดขึ้นจากนิติสัมพันธ์ 2 ลักษณะ คือ สัญญา กับละเมิด

            ก่อนที่เราจะไปอธิบายถึงเรื่องของคดีทางการแพทย์ ที่สามารถแบ่งได้เป็นทั้ง คดีทางแพ่ง และคดีทางอาญานั้น เราต้องมาเข้าใจกันก่อนว่า เมื่อไรคือจุดเริ่มต้นของ “ความยินยอม” ให้แพทย์รักษา

            ทุกคนต้องเคยไปพบแพทย์กันอยู่แล้วถูกต้องไหม ?

            อย่างที่เคยได้บอกไปในบทความก่อนๆว่า ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และคนไข้นั้นอยู่ในรูปของสัญญาอย่างหนึ่งที่ คำเสนอและคำสองตรงกันจนเกิดเป็นนิติสัมพันธ์ขึ้น

            แต่อ้าว ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่ายินยอมให้แพทย์คนนี้ทำการรักษา แค่เดินเข้าไปโรงพยาบาล เขาก็จัดแพทย์คนนี้มารักษาให้แล้ว แบบนี้มันจะเป็นการยินยอมได้ไง ?

            จริงอยู่ที่เราไม่ได้เลือกแพทย์ และไม่ได้มีการพูดว่า “โอเค ฉันยอมให้แพทย์คนนี้รักษานะ” แล้วแบบนี้จะถือว่านิติสัมพันธ์มันเกิดได้ยังไง แต่ทุกคนอย่าลืมว่าโรงพยาบาลหรือคลินิกตรวจรักษาไม่ว่าจะเป็นเฉพาะทางหรือเสริมความงาน มันมีจุดประสงค์ที่เปิดไว้เพื่ออะไร?

            จุดประสงค์การเปิดโรงพยาบาลและคลินิกคือ การให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขใช่หรือไม่ ?

            เมื่อจุดประสงค์ในการเปิดนั้นชัดเจน และเราทุกคนทราบดี มันก็เป็นการเสนอตัวเพื่อให้บริการแก่เรา และเมื่อเราเลือกที่เข้ารับบริการจากโรงพยาบาลหรือคลินิกนี้ ก็เท่ากับว่าเราสนองรับต่อคำเสนอการให้บริการของโรงพยาบาลหรือคลินิกนั้น และเมื่อเราตกลงที่จะรับบริการจากแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกจัดสรรไว้ให้ ก็เท่ากันว่าเรายินยอมรับการบริการทางการแพทย์นั้นไปโดยปริยาย

            ยกตัวอย่างง่ายๆ คือ เราตกลงที่จะเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาล A. เท่ากันว่าเรากับโรงพยาบาลมีคำเสนอและคำสนองที่ตรงกัน นิติสัมพันธ์ระหว่างเรากับโรงพยาบาล A. เกิดขึ้นแล้ว และถ้าต่อมาเราไม่ปฏิเสธที่จะเข้าตรวจกับแพทย์ B. ที่ทางโรงพยาบาลจัดสรรไว้ให้ โดยยินยอมที่จะเข้าห้องตรวจเพื่อรับการรักษา นี้ก็เท่ากับว่าเรายินยอมโดยปริยายทำให้นิติสัมพันธ์ระหว่างเรากับแพทย์B. เกิดขึ้น แต่ถ้าสมมุติว่า เราตกลงที่จะเลือกใช้บริการโรงพยาบาล A. แต่เราไม่อยากให้แพทย์B. เป็นคนตรวจ อยากได้แพทย์คนอื่นมากกว่า เช่นนี้ นิติสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับแพทย์ B. ก็ไม่เกิด เกิดแต่เพียงนิติสัมพันธ์กับโรงพยาบาล A. เท่านั้น และโรงพยาบาล A. ก็ต้องเป็นผู้จัดหาแพทย์ที่มีความเหมาะคนใหม่มาให้เรา อันเนื่องมากจากผลของสัญญานั้นเอง

 

สัตวแพทย์ทนาย

(สัตว์-แพทย์-ทนาย)